วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตรียมทำฝนหลวงเติมน้ำเข้าเขื่อน

"วราวุธ" อธิบดีกรมฝนหลวง ตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เตรียมทำฝนหลวงเติมน้ำเข้าเขื่อน

อธิบดีกรมฝนหลวงเผยเข้าฤดูหนาวอาการปิด อุณหภูมิ-ความชื้นต่ำกว่าเกณฑ์งดทำฝนหลวง คาด 19-20 ต.ค.ทำฝนหลวงเติมน้ำเข้าเขื่อน ช่วยเหลือเกษตรกรหลังเขื่อนมีปริมาณน้ำน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ พร้อมตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วเตีรยมทำฝนหลวง

เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (16 ต.ค.) นายวราวุธ ขันติยานันท์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมคณะได้เดินทางมาตรวจสอบเยี่ยมและตรวจสอบสภาพความแห้งแล้งของภาคเหนือที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ภายหลังจากเดินทางไปตรวจสอบข้อมูลสภาพแวดล้อมที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อเร็วๆนี้ที่ผ่านมา

นายวราวุธ ขันติยานันท์ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันที่ 3 ที่ได้เดินทางตรวจดูสภาพความแห้งแล้งของประเทศ โดยที่ผ่านมาได้ไปที่ภาคตะวันออก ซึ่งสถานการณ์ของภาคตะวันออกในเรื่องของภาคการเกษตรไม่มีปัญหามากนัก จะมีก็เรื่องของการเติมน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ จ.ระยองเพิ่มเติม และต่อมาได้เดินทางไปสำรวจทางฝั่งตะวันตกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบว่า ปัจจุบันยังมีพื้นที่ที่ต้องการน้ำทำการเกษตรอยู่หลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ จ.ชัยภูมิ จ.นครราชสีมา จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ ส่วนน้ำที่อยู่ในอ่างเก็บน้ำถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ

สำหรับพื้นที่ภาคเหนือได้เดินทางไปสำรวจตั้งแต่ จ.เพชรบูรณ์ จ.พิษณุโลก จ.ตาก และ จ.เชียงใหม่ พบว่าสภาพน้ำทำการเกษตรของทางภาคเหนือตอนล่างค่อนข้างมีเพียงพอ ตอนนี้ยังไม่พบพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง แต่ในส่วนของภาคเหนือตอนบนยังมีพื้นที่ที่ต้องการน้ำเพื่อการทำการเกษตรกรอยู่ โดยเฉพาะ จ.เชียงรายที่มีพื้นที่ทำนาที่ยังต้องการน้ำ ส่วนระดับน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ต่างพบว่ามีระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าปกติและต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ทั้งนี้ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาพบว่า ทุกหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงไม่สามารถขึ้นปฏิบัติการณ์ได้ เนื่องจากสภาอากาศไม่เอื้ออำนวย อุณหภูมิและความชื้นต่ำกว่าเกณฑ์ที่จะปฏิบัติการทำฝนหลวง และสอดคล้องกับข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยาที่แจ้งว่าพื้นที่ตอนบนของประเทศได้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว แต่ช่วงวันที่ 19-20 ต.ค. มีโอกาสที่จะปฏิบัติการณ์ทำฝนหลวงเพื่อเติมน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำต่างๆได้เพิ่มเติม อีกทั้งมีการเฝ้าระวังพายุหมุนที่จะเข้ามาภาคเหนือจากทางทะเลจีนใต้ก็จะทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆมีเพิ่มเติมได้

นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงรวม 9 หน่วย ที่ภาคเหนือมี 3 หน่วย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 หน่วย ภาคตะวันออก 1 หน่วย ภาคกลาง 3 หน่วย และภาคใต้ 1 หน่วยยังเฝ้าระวังตรวจทำฝนหลวงอยู่และคาดการณ์ว่าจะปฏิบัติการณ์ถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ จากนั้นก็จะเข้าสู่ภารกิจเฝ้าระวังแล้วก็ขึ้นช่วงชิงสภาพอากาศโดยใช้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว ที่ได้จัดตั้งขึ้นที่ จ.นครสวรรค์ 2 หน่วย มีเครื่องบินรวม 6 ลำ ซึ่งหากพื้นที่ใดมีความชื้นและอุณหภูมิเพียงพอก็จะใช้ชุดเคลื่อนที่เร็วปฏิบัติการณ์ทำฝนหลวงต่อไป