วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อัยการฟ้องแล้ว'ชาวดัตช์-ภรรยาไทย'ฟอกเงิน

อัยการฟ้องแล้ว "ชาวดัตช์-ภรรยาไทย" ฟอกเงินหลายล้านยูโร เปิดร้านกาแฟบังหน้าส่งกัญชาขาย

อัยการฟ้องแล้ว “ชาวดัตช์ - ภรรยาไทย” ฟอกเงินหลายล้านยูโร เปิดร้านกาแฟบังหน้าส่งกัญชาขาย ศาลเตรียมเบิกตัวเรือนจำ นัดสอบคำให้การพรุ่งนี้ 17 ต.ค. 9 โมงเช้า

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 16 ต.ค.57 เวลา 16.15 น. พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายโจฮันเนส เพทรุส มาเรีย ฟาน ลาร์โฮเวิน (Mr.Johannes Petrus Maria van Laarhoven ) อายุ 54 ปี สัญชาติเนเธอร์แลนด์ และนางมิ่งขวัญ ฟาน ลาร์โฮเวิน หรือแก่นอินทร์ อายุ 32 ปี ภรรยาชาวไทย เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานกระทำผิดพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ม.3, 5, 6, 7 และ 60

ตามคำฟ้องบรรยายพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค.51 - 2 มิ.ย.57 จำเลยทั้งสองกับพวกอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันฟอกเงินโดยสั่งการให้บริษัทเดฟตี้ โฮลดิ้ง จำกัด (Deefety Holdings LTD.) ที่จดทะเบียนไว้ในประเทศไซปรัสให้โอนเงินซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเข้าบัญชีของจำเลยที่ 1 ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนเลียบชายหาดจอมเทียนพัทยา มูลค่า 5 แสนยูโร ซึ่งเป็นการรับโอนเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดยาเสพติด และตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย.52 จำเลยทั้งสองกับพวกยังร่วมกันโอนเงินผ่านระบบสื่อสารด้านการเงินระหว่างประเทศในรูปแบบรหัสธนาคาร หรือ SWIFT จากดอยซ์แบงก์ ประเทศเยอรมนี โดยมีธนาคารเอ็ดมอนด์ เดอ รอธไชลด์ ยุโรป ลักเซ็มเบิรก และธนาคารจูเลียส แบร์ ประเทศสิงคโปร์ เป็นสถาบันผู้สั่งโอนเงินหลายครั้งมูลค่าหลายล้านยูโร เข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทยฯ สาขาพัทยาใต้ ของจำเลยที่ 1 นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 19 มิ.ย.52 จำเลยทั้งสองกับพวกยังร่วมกันนำเงินที่ได้มาจากการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดไปซื้อที่ดินหลายแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้างในจังหวัดชลบุรี โดยมีบริษัทที่จำเลยกับพวกร่วมกันจดทะเบียนจัดตั้งเป็นผู้ทำนิติกรรมและถือครองทรัพย์สินแทน เพื่อใช้ในการกระทำผิดฐานฟอกเงิน รวมทั้งยังซื้อเรือยอร์ช 2 ลำ รถยนต์ยี่ห้อพอร์ช และรถยนต์นั่งขนาด 7 คน ซึ่งมูลค่าทรัพย์สินมีมากกว่าหลายร้อยล้าน โดยเมื่อวันที่ 23 ก.ค.57 เจ้าพนักงานจับกุมตัวจำเลยทั้งสองได้ ในชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ซึ่งคดีดังกล่าวเป็นความผิดเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร อัยการสูงสุดจึงได้มอบหมายให้พนักงานอัยการสำนักงานการสอบสวนรับผิดชอบสอบสวนดำเนินคดีจำเลยทั้งสองและเครือข่ายฟอกเงิน ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 สำหรับความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติได้แยกสำนวนการสอบสวนออกไป เนื่องจากรัฐบาลเนเธอร์แลนด์มีความประสงค์จะขอดำเนินคดีจำเลยกับพวกต่อในประเทศเนเธอร์แลนด์

ศาลได้ประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.3423/2557 โดยศาลมีคำสั่งให้เบิกตัวจำเลยทั้งสองจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อสอบคำให้การในวันที่ 17 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจำเลยทั้งสอง ทางการเนเธอร์แลนด์ ได้ประสานความร่วมมือทางการไทย ในการติดตามจับกุมตัว โดยมีพฤติการณ์ กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มีกัญชาและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทจำนวนมาก ในนามบริษัท ทีจีซี จำกัด ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์เพื่อปรุงแต่ง แปรสภาพ ส่งจำหน่ายตามคอฟฟี่ ช็อป ในประเทศเนเธอร์แลนด์ได้เงินจำนวนมากแล้วมีการโอนเงินจัดตั้งบริษัท การค้าอีกหลายประเทศในทวีปยุโรป รวมทั้งประเทศไทยเพื่อปิดบัง และการฟอกเงิน โดยนำมาสร้างคฤหาสน์ บ้านพัก สนามกอล์ฟ เงินสดจำนวนหนึ่ง เครื่องประดับ เงินฝากธนาคาร 3 บัญชี มูลค่า รวม19,500,824.57 บาท ที่ดินหลายแปลงพร้อมโฉนด อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เอกสารการเป็นเจ้าของรถยนต์เบนซ์ และพอร์ช อีก 5 คัน สัญญาซื้อขายตึกแถว 1 ห้องใน จ.สมุทรปราการ และอื่น ๆ มูลค่ากว่า 100 ล้าน