กรมวิชาการเกษตรเร่งเตรียมแหล่ง Agro-Tourism 18แห่ง ศูนย์วิจัยพืชสวน-ศูนย์วิจัย รับนักท่องเที่ยวช่วง"ไฮซีซัน"
นายจำรอง ดาวเรือง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า จากการที่กรมวิชาการเกษตรได้พัฒนายกระดับศูนย์วิจัยพืชสวนและศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร 18 แห่ง เป็นศูนย์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร หรือ Agro-Tourism โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจทั่วไปเข้าชมมาตั้งแต่ปี 2543 พบว่า แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นทุกปี
โดยปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมสูงถึง 130,906 คน ส่วนปีนี้ มีนักท่องเที่ยว เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจเข้าเที่ยวชมศูนย์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตรแล้วกว่า71,090 คน ศูนย์ฯที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจสูงสุด คือ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย หรือ ดอยวาวี ศูนย์วิจัยพืชสวนเลย และศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ดอย ขุนวาง โดยเฉพาะศูนย์ที่อยู่ในเขตภาคเหนือ นักท่องเที่ยวจะหนาแน่นในช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่เดือน พ .ย.- ม.ค.
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อม รองรับนักท่องเที่ยวในช่วงไฮท์ซีซั่น พร้อมปรับสภาพพื้นที่และปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในศูนย์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวชมและพักแรม โดยเฉพาะไม้ดอกเมืองหนาวถือเป็นสีสันและไฮไลต์ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว
นอกจากนั้น ยังได้จัดเตรียมเส้นทางให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชมและศึกษาเรียนรู้กิจกรรมด้านการเกษตรภายในศูนย์ฯด้วย ซึ่งมีทั้งการปรับปรุงและขยายพันธุ์พืช วิธีการปลูก ดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว การแปรรูปผลิตผลเกษตร การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ และสวนอนุรักษ์พันธุกรรมพืช คาดว่าช่วงเดือนธ.ค.-ม.ค.นี้ จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมและพักค้างแรมจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่
ทั้งนี้ ศูนย์ท่องเที่ยวเชิงเกษตรไฮไลต์ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีหลายแห่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก แพร่ สุโขทัย เพชรบูรณ์ และเลย ล้วนเป็นจุดที่น่าสนใจ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงได้






