ชาวนาบุรีรัมย์แห่ขึ้นทะเบียน ผู้ปลูกข้าวที่เกษตรอำเภอทั้ง 23 อำเภอ เพื่อรับเงินช่วยเหลือไร่ละพันบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาในหลายอำเภอที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้แห่นำหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน และเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกิน มาเข้าคิวรอขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรผู้ปลูกข้าวที่สำนักงานเกษตรอำเภอแต่ละอำเภออย่างคึกคัก โดยเฉพาะที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองบุรีรัมย์ เพียงแห่งเดียว มีชาวนามารอขึ้นทะเบียนวันละกว่า 300 ราย หลังจากที่รัฐบาลได้ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือชาวนา โดยการจ่ายเงินเป็นต้นทุนในการทำนาให้กับเกษตรไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่
โดยบางวันมีเกษตรกรมารอขึ้นทะเบียนเป็นจำนวนมาก จนเจ้าหน้าที่ให้บริการไม่ทันต้องขยายเวลาให้บริการออกไปจนถึง 5 โมงเย็น ซึ่งแต่ละอำเภอมีเกษตรกรแห่มาขึ้นทะเบียนแห่งละ 200 – 300 ราย ทั้งนี้ ผู้ที่มาขึ้นทะเบียนช่วงนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเกษตรรายใหม่ ที่ไม่ได้ใส่ใจการขึ้นทะเบียน เพราะเห็นว่าไม่สำคัญ แต่หลังจากรัฐบาลมีโครงการดังกล่าว จึงได้แห่มาแจ้งขึ้นทะเบียน เพื่อขอรับเงินช่วยเหลือดังกล่าว ซึ่งจะมีการเปิดให้เกษตรกรมาขึ้นทะเบียนไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2557
นายปัญญา ศิลปะ เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการให้ชาวนามาลงทะเบียนผู้ปลูกข้าวตั้งแต่เดือน ก.ค.57 ซึ่งจากข้อมูลสถิติพบว่าได้มีเกษตรกรรายเดิมมาแจ้งขึ้นทะเบียนไว้แล้วกว่า 130,000 ราย จากเป้าหมายที่คาดการณ์ว่าจะมีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนกว่า 150,000 ราย อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เกษตรกรมาแจ้งขึ้นทะเบียนแล้ว ก็จะให้คณะกรรมการฯ ออกตรวจสอบข้อเท็จจริงและตรวจแปลงว่ามีการเพาะปลูกข้าวจริงหรือไม่ โดยจะมีการปิดประกาศตามหมู่บ้าน 3 วันให้เกษตรกรมาตรวจสอบด้วย ก่อนที่จะออกหนังสือรับรองเพื่อรับเงินช่วยเหลือดังกล่าวต่อไป
โดยขณะนี้มีรายงานให้ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะมีชาวนาหัวหมอที่เคยทำนาแปลงใหญ่กลับมาแจ้งว่าทำนาแปลงเล็กแค่ 15 ไร่ ส่วนที่เหลือแบ่งให้คนอื่นเช่าและจะมาขอสิทธิ์ดังกล่าว ดังนั้นจึงขอเตือนว่าเรามีระบบการตรวจสอบที่เข้มงวด หากตรวจสอบพบก็จะถูกแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายฐานแจ้งข้อมูลเท็จ และหากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านรายใดรับรองการแจ้งข้อมูลเท็จให้แก่เกษตรกร ก็จะมีความผิดด้วยเช่นกัน
ด้านนางพิกุล คำสัตย์ อายุ 43 ปี ชาวนา บ.โคกเพชร ต.เสม็ด อ.เมือง บอกว่า ดีใจที่รัฐบาลออกมาตรการดังกล่าวเพราะจะสามารถแบ่งเบาภาระต้นทุนให้กับชาวนาได้ และอยากให้ทำอย่างต่อเนื่องทุกปี พร้อมระบุด้วยว่ามาตรการดังกล่าวสามารถแบ่งเบาภาระต้นทุนให้กับชาวนาได้ดีกว่าหลายๆโครงการที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องราคาผลผลิตข้าวในปีนี้ให้อยู่ที่จุดคุ้มทุนอีกด้วย









