"ปีติพงศ์" เตรียมหารือ "ปรีดิยาธร" ก่อนสรุปช่วยเหลือปัจจัยการผลิตยาง ไร่ละ 2,520 บาท
นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่7ต.ค.ที่ผ่านมา ได้รับหนังสือจากนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เรื่องข้อเสนอการให้ความช่วยเหลือชาวสวนยางพารา ที่เผชิญสถานการณ์ราคายางลดต่ำลง
ข้อเสนอที่ได้รับจากชาวสวนยางมีทั้งสิ้น 4 มาตรการ ประกอบด้วย 1.ลดพื้นที่การปลูกยางอย่างจริงจัง เพื่อลดปริมาณผลผลิตในตลาด 2.การสนับสนุนเงินทุนเพื่อปรับเปลี่ยนการปลูกยาง ตามทฤษฎีไร่น่าส่วนผสม
3.การลดปริมาณผลผลิต โดยให้งดการกรีดยางในสวนยางของหน่วยงานรัฐ รวมทั้งควบคุมพื้นที่การปลูกยางที่เพิ่มขึ้น และ 4.การจ่ายเงินค่าชดเชยให้แก่ชาวสวนยาง เป็นประเด็นที่เกษตรกรคาดหวังว่าจะได้ช่วยเหลือเกษตรกรรายเล็ก ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดนี้กระทรวงเกษตรฯ อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ และจะเสนอผ่านคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) พิจารณาช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป
“อย่างช้าสัปดาห์หน้าผมคิดว่าจะได้ข้อสรุปว่าจะช่วยเหลือชาวสวนยางอย่างไร ยืนยันว่ากระทรวงเกษตรฯไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ ตั้งแต่ผมมารับตำแหน่งแล้วประมาณ 3 สัปดาห์ ผมคิดเรื่องนี้ทุกวัน นอนไม่หลับทุกวัน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะสร้างนโยบายอย่างไรออกมา ก็จะไม่ให้กระทบกับเกษตรกรรายย่อย เพราะเข้าใจดีว่า การปรับเปลี่ยนการปลูกยางไม่ง่ายดายเหมือนปลูกข้าว เพราะยางเป็นไม้ยืนต้น การปรับเปลี่ยนการผลิตทำได้ไม่ง่ายและการปลูกยางเกี่ยวกับค่าจ้างแรงงานของผู้รับจ้างกรีดยาง เพราะฉะนั้นกระบวนการเยียวยาคงไม่เหมือนกัน” นายปีติพงศ์ กล่าว
สำหรับข้อเสนอของเกษตรกร ที่ต้องการให้รัฐจ่ายเงินช่วยเหลือชาวสวนยาง ไร่ละ 2,520 บาท ถ้าจะทำ ก็ทำได้ แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกทำในเวลาไหน แต่คิดว่าเรื่องนี้จะต้องปรึกษากับม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจด้วย
นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า การช่วยเหลือชาวสวนยาง โดยการจ่ายเงินไร่ละ 2,520 บาท ที่ให้ความช่วยเหลือมาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนหน้า ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวสวนยางมาแล้ว 2 รอบ รวมเป็นเงินที่จ่ายแล้วประมาณ 23,000 ล้านบาท จากกรอบวงเงินที่ได้ขออนุมัติไว้ 26,000 ล้านบาท พื้นที่สวนยางได้รับความช่วยเหลือประมาณ 10 ล้านไร่
ทั้งนี้ หากรัฐบาลอนุมัติโครงการใหม่ ให้จ่ายเงินช่วยเหลือชาวสวนยางเป็นครั้งที่ 3 คาดว่ากรอบวงเงินก็จะไม่เกินจากครั้งก่อนหน้า คือ ประมาณ 26,000 ล้านบาท
นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานชุมนุมสหกรณ์เกษตรอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ราคายางยังปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวสวนยางได้รับความเดือดร้อน รัฐบาลควรให้ความช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิตกับชาวสวนยางโดยจ่ายปัจจัยการผลิตให้อีกไร่ละ 2,520 บาท รวมแล้วจะเป็นเงินไม่เกิน 40,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนกับชาวสวนยางได้ระดับหนึ่ง และโครงการจัดหาปุ๋ยเคมี แจกให้กับชาวสวนยาง 60,000 ตัน วงเงินประมาณ 1,200 ล้านบาท ควรจะจ่ายเป็นเงินสดให้กับชาวสวนยางเพื่อให้ชาวสวนยางเหล่านี้นำไปซื้อปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก ซึ่งเงินส่วนที่เหลือจากนี้จะเป็นการเสริมสภาพคล่องให้กับครอบครัวได้









