วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ภัยเงียบใกล้ตัว

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มีโอกาสรักษาหายขาดได้ หากเข้ารับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

อธิบดีกรมการแพทย์ เผยสถิติคนไทยป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เฉลี่ยปีละกว่า 1,000 ราย ชี้ผู้ป่วยมีโอกาสรักษาหายขาดได้ หากเข้ารับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที แนะเพศชายที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรค ควรได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพื่อลดความเสี่ยง

นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคมะเร็งเป็นปัญหาทางสาธารณสุข ที่สำคัญของโลก และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี พบว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 12.7 ล้านราย สำหรับประเทศไทย พบว่าเพศชาย ป่วยเป็นโรคมะเร็งตับมากที่สุดและในเพศหญิงพบโรคมะเร็ง เต้านมสูงเป็นอันดับแรก ซึ่งร้อยละ 30 - 40 ของโรค เกิดจาก 5 ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ มีค่าดัชนีมวลกายสูงเกินค่ามาตรฐาน พฤติกรรมในการบริโภค ขาดการออกกำลังกาย การสูบบุรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลให้ คนไทย ป่วยด้วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคมะเร็งทางระบบโลหิตมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่สามารถพบได้บ่อย คือ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง จากสถิติ มะเร็งชนิดนี้ เป็นมะเร็งระบบเลือดที่พบได้มากที่สุดในประเทศไทยและในโลกและติดอันดับ 1 ใน 5 ของมะเร็งที่พบบ่อยในคนไทย โดย มีผู้ป่วยใหม่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองปีละกว่า 1,000 ราย

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวถึง สาเหตุของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในทางการแพทย์ ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่า เกิดจากต่อมน้ำเหลืองหรือเนื้อเยื่อน้ำเหลือง มีภาวะการเจริญเติบโตทมากเกินไปในระบบน้ำเหลือง โดยปกติระบบน้ำเหลืองของร่างกายมีหน้าที่ต่อสู้เชื้อโรคโดยการขนส่งน้ำเหลืองไปตามหลอดน้ำเหลืองทั่วร่างกาย เมื่อต่อมน้ำเหลืองทำงานผิดปกติ เกิดปัญหาที่สำคัญคือ ภูมิคุ้มกันต่ำลง ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย และเนื่องจากอาการของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเหมือนอาการอื่นๆที่พบได้ในภาวะต่างๆ เช่น การติดเชื้อ ภูมิแพ้ ดังนั้นจึงมีผู้ป่วยบางส่วนที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องแต่แรก

โดยทั่วไปอาการของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มักจะกินเวลานาน และไม่สามารถอธิบายได้จากสาเหตุอื่น จะมีอาการ คือ พบก้อนที่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย เช่น ที่คอ รักแร้ หรือ ขาหนีบ โดยก้อนที่เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้นมักไม่เจ็บ ซึ่งต่างจากการติดเชื้อที่มักมีอาการเจ็บที่ก้อน นอกจากนี้ยังมีอาการ ไข้ หนาวสั่น มีเหงื่อออกมากตอนกลางคืน เบื่ออาหาร และน้ำหนักลดอ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ ไอเรื้อรัง และหายใจไม่สะดวกต่อมทอนซิลโต อาการคันทั่วร่างกาย ปวดศีรษะ

ดังนั้น ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ อายุที่เพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป เพศ โดยพบผู้ป่วยในเพศชายมากกว่าเพศหญิง การติดเชื้อแบคทีเรีย ภาวะพร่องภูมิคุ้มกันของร่างกาย เช่น ผู้ป่วย HIV และ ผู้ป่วยโรค SLE เป็นต้น ดังนั้นบุคคลที่มีปัจจัยเสี่ยงในเบื้องต้นควรได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี และหากมีอาการดังกล่าวให้รีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรค เพราะโรคนี้หากได้รับการรักษาในระยะเริ่มต้น สามารถหายขาดได้

ที่สำคัญคือการหลีกเลี่ยงและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงเพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง เช่น งดสูบบุหรี่ งดดื่มสุรา หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารเคมี รับประทานอาหารที่หลากหลายครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี พักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจ ให้แจ่มใส จะทำให้ห่างไกลจากโรคมะเร็ง