"สมหมาย"สั่งสศค.เกาะติดแผนลงทุนภาครัฐปี58 เพื่อนำมาประเมินภาพรวมการลงทุนและติดตามความคืบหน้าของการลงทุน
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)เปิดเผยว่า ภายหลังที่ได้รับมอบนโยบายดังกล่าว จากนายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทาง สศค. จึงได้ดำเนินการส่งแบบสอบถามไปจำนวน 1 แผ่นไปยังทุกส่วนราชการ เพื่อให้รายงานแผนการลงทุนฉบับย่อจำนวน 1 แผ่นกลับมายังสศค.โดยในแต่ละแผนการลงทุน จะบ่งชี้ถึงจำนวนโครงการที่ได้ลงทุน บอกถึงจำนวนเงินที่ใช้ รวมถึงแผนที่มีการเบิกจ่ายในแต่ละช่วงเวลา ทั้งนี้ คาดว่า สศค.จะสามารถรวบรวมแผนการลงทุนดังกล่าวได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้านี้
“วิธีการนี้ จะทำให้เราสามารถติดตามภาพรวมการลงทุนของส่วนราชการได้ทุกระยะ หรือ สามารถดูได้เป็นรายเดือน ซึ่งเราจะสามารถนำมาประเมินภาพรวมเศรษฐกิจเป็นระยะๆได้ด้วย”เขากล่าว
ทั้งนี้ การดำเนินการติดตามความคืบหน้าของการลงทุนดังกล่าว ถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะช่วยติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของส่วนราชการ ซึ่งจะช่วยให้การเบิกจ่ายงบประมาณการลงทุนเป็นไปตามแผนที่ตั้งไว้ หรือ อาจจะมากกว่าเป้าหมายที่ 80% ของงบประมาณลงทุนในปี 2558
อย่างไรก็ดี แม้ว่าการรายงานแผนการลงทุนนี้ จะไม่นับรวมรัฐวิสาหกิจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ตาม แต่ผอ.สศค.กล่าวว่า ทางสศค. ก็สามารถประเมินภาพรวมของการลงทุนในกลุ่มนี้ได้ เพราะปกติจะมียอดการเบิกจ่ายการลงทุนได้ประมาณ 50% ของวงเงินที่ขอในแต่ละปี
สำหรับ งบประมาณที่จะมีการเร่งรัดการเบิกจ่ายนั้น จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1.งบค้างท่อตั้งแต่ปี 2548-2556 ในส่วนนี้จะมีงบที่ยังไม่ผูกพันอยู่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ก็ต้องเร่งให้มีการจัดทำโครงการมาลงทุน ขณะที่ งบที่ผูกพันแล้วประมาณ 6 หมื่นล้านบาท จะต้องทำการเร่งรัดให้มีการเบิกจ่ายด้วย 2.งบเหลื่อมปีจากปี 2557จำนวนประมาณ 1.4 แสนล้านบาท แม้ว่าบางส่วนจะผูกพันแล้ว ก็ต้องเร่งรัดให้มีการเบิกจ่ายให้เร็วขึ้น 3.งบลงทุนปี 58 ในส่วนนี้ มีมาตรการให้มีการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างภายในวันที่ 25 ธันวาคมนี้
ผอ.สศค.ยังประเมินว่า จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ประกาศออกมา จะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในส่วนของการจ้างงานที่จะเกิดขึ้นในระดับท้องถิ่น และ การจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนา ซึ่งเป็นการจ่ายเงินโดยตรงให้กับชาวนา ทำให้เงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรง






