วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดประท้วงฮ่องกง'จบไม่สวย'

คาดประท้วงฮ่องกง "จบไม่สวย" ชี้เศรษฐกิจไทยปีหน้าโต 5% แค่ขายฝัน

รายการ Ringside สังเวียนหุ้น ทางสถานีโทรทัศน์ NOW26 ตอน "จับตาประท้วงฮ่องกง" ฟังทัศนะของ วรวรรณ ธาราภูมิ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และ ทนง ขันทอง บรรณาธิการอาวุโสเครือเนชั่น ในมิติผลกระทบทางเศรษฐกิจ พร้อมวิพากษ์แผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลประยุทธ์

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวงจำกัด กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมประท้วงที่ฮ่องกงและผลกระทบที่จะตามมา ว่า อังกฤษได้ส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้กับจีนหลังจากครอบครองมา99 ปี ดังนั้นอังกฤษจึงมีอิทธิพลทุกด้านกับฮ่องกงอย่างเบ็ดเสร็จ คนฮ่องกงจะมีวิถีชีวิตคล้ายกับพวกผู้ดีอังกฤษ และมีความเป็นอังกฤษมาก

ทั้งนี้ เพื่อให้การรับคืนเกาะฮ่องกงเป็นไปด้วยความราบรื่น จีนจึงพยายามทำให้คนฮ่องกงเห็นว่า 1 ประเทศ 2 ระบบมีความเป็นไปได้ ดังนั้นก่อนจะรับคืนเกาะฮ่องกงในปี 1984 จีนจึงตกลงกับอังกฤษว่าจะให้คนฮ่องกงเป็นผู้เลือกผู้ว่าการฮ่องกงเองได้ อังกฤษจึงตกลงคืนเกาะให้กับจีน

ทว่าจุดแตกร้าวเกิดขึ้นเพราะว่าความใจร้อนของจีนที่รีบเปลี่ยนกติกาในการเลือกผู้ว่าการ คือเปลี่ยนจากการให้คนฮ่องกงมีอิสรเสรีในการเลือกผู้ว่าการเอง แต่จีนกลับเลือกคนมาให้ 2-3 คน แล้วให้คนฮ่องกงเลือกจากบุคคลเหล่านี้มาเป็นผู้ว่าฯ นี่คือจุดพลาด

"ไม่มีใครตอบได้ว่าเหตุการณ์ชุมนุมครั้งนี้จะจบเมื่อใด แต่คงยืดเยื้อ เพราะจำนวนคนเป็นหลักแสนที่มาร่วมชุมนุม ก็ขึ้นอยู่กับท่าทีจะกล้าเล่นแรงขนาดไหน หากแรงมากก็จบเร็ว แต่จบไม่สวยเท่าไร" นางวรวรรณ คาดการณ์

รายใหญ่เริ่มย้ายฐาน

ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวต่อว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤติในฮ่องกงตอนนี้เริ่มมีมากขึ้น เพราะธุรกิจการค้าหลายแห่งต้องหยุดชะงัก โดยเฉพาะการค้าขายและท่องเที่ยว ซึ่งปกตินักท่องเที่ยวจะเดินทางไปชอปปิงในฮ่องกงช่วงวันชาติจีน แต่เมื่อเกิดเหตุประท้วงขึ้นทำให้ยอดนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ ลี กาชิง (มหาเศรษฐีชาวฮ่องกง) ก็เริ่มย้ายฐานการลงทุนไปยังยุโรปแทน เพราะเป็นห่วงเรื่องความไม่แน่นอนทางการเมือง และความกังวลในกฎเกณฑ์ของจีนที่ทำให้ธุรกิจขาดสิทธิเสรีภาพในการแข่งขัน

"สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการประท้วงในฮ่องกงครั้งนี้ คือ ท่าทีของประเทศมหาอำนาจที่มีต่อการประท้วง อย่างการที่สหรัฐเปิดหน้าแถลงสนับสนุนการชุมนุมในฮ่องกง ซึ่งเป็นการก้าวก่ายกิจการภายในของประเทศอื่น ด้วยการยุแยงให้ฮ่องกงแตกกับจีน เช่นเดียวกับรัฐบาลฝรั่งเศสที่สนับสนุนม็อบฮ่องกง และต้องการให้ฮ่องกงปฏิรูปการเมืองก่อนมีการเลือกตั้ง ซึ่งตรงกันข้ามกับท่าทีของชาติเหล่านี้ที่มีต่อไทยในช่วงที่ผ่านมา"

หนุนแผนกระตุ้น ศก.

นางวรวรรณ ยังกล่าวถึงแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ให้กำลังในการทำงานของรัฐบาล แต่นโยบายที่ออกมาก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไร อยากให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี แต่มองว่าปีนี้ยังไม่จำเป็นต้องพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจอะไร น่าจะปล่อยให้ทุกอย่างเดินหน้าไปตามวิถีของมัน และไปเริ่มกระตุ้นในปีหน้า เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

เธอเสนอว่า ควรใช้เวลาช่วงนี้คัดสรรโครงการและงานที่พิจารณาแล้วว่าได้ประโยชน์กับประเทศชาติจริงๆ เพื่อผลักดันต่อไป เพราะไม่อยากให้ผลักดันนโยบายที่ทำแล้วไร้ประโยชน์เหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา

"ที่ประกาศนโยบายออกมา เราก็รู้สึกว่าบางนโยบายมีประโยชน์ แต่บางส่วนก็ไม่เห็นจำเป็นเลยที่จะต้องประกาศออกมา การใช้งบค้างท่อทุกรัฐบาลก็พูดแบบนี้ แล้วเป็นอย่างไร ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ตอนนี้ก็มีการประกาศออกมาแล้วว่าปีหน้าเศรษฐกิจจะขยายตัว 4.5-5% มันคือการขายฝัน ยังไม่รู้เลยว่าจะทำได้จริงหรือไม่ อะไรที่ไม่ควรเร่งก็ไม่ต้องไปเร่ง เพราะมันอาจจะเกิดปัญหาขึ้นมาอีกในอนาคตก็ได้"

ม็อบโค่นจีนยาก

นายทนง ขันทอง บรรณาธิการอาวุโสเครือเนชั่น ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศ กล่าวว่า กลยุทธ์ของผู้ชุมนุมประท้วงในฮ่องกงตอนนี้คล้ายๆ จะเลียนแบบการประท้วงในประเทศไทย คือ มีการเรียกร้องให้ผู้นำลาออก และให้มีการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปการเลือกตั้ง โดยที่ไม่มีอิทธิพลของปักกิ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง ก่อนที่จะมีการเลือกผู้นำฮ่องกงในปี 2017

แต่ทั้งหมดนี้บอกได้เลยว่าชั้นเชิงการชุมนุมในฮ่องกงยังห่างไกลกับการชุมนุมในเมืองไทย เพราะไม่มีอาหารจากครัว 4 ภาค ไม่มีดนตรีเพื่อชีวิต ไม่มีคณะตลก ไม่มีงิ้วธรรมศาสตร์ ไม่มีของที่ระลึกขาย ไม่มีการ์ด ไม่มีนักรบศรีวิชัย ไม่มีกองทัพธรรม แล้วจะไปสู้รัฐบาลฮ่องกงที่มีมหาอำนาจจากปักกิ่งหนุนหลังพร้อมอาวุธนิวเคลียร์ได้อย่างไร

"มองไปข้างหน้า ต้องดูม็อบฮ่องกงว่าจะมีความมุ่งมั่นมากน้อยแค่ไหน ยิ่งลากยาว จะยิ่งเหนื่อย บ้านเรามีตัวอย่างให้เห็นแล้ว ธุรกิจฮ่องกงจะได้รับผลกระทบ หุ้น การเงิน การท่องเที่ยวจะเสียหาย โดยที่จีนไม่เสียหายมาก หรือยอมตัดหนี้สูญได้ เมื่อถลำตัวมามากอย่างนี้ ถ้าม็อบจะเลิกจะกลัวเสียหน้า ถ้าลากยาวจะยิ่งเสียหาย อันตรายอยู่ที่มือที่สามจะเข้าไปก่อความวุ่นวายให้เลือดตกยางออก เพื่อทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงและทำให้ปักกิ่งทำอะไรได้ไม่ถนัด"

"แต่ผมเชื่อว่าปักกิ่งจะไม่ถอยแม้แต่นิ้วเดียว ถ้ายุ่งวุ่นวายมากจะค่อยๆ ทำให้ฮ่องกงเฉาไปเลย ด้วยการบีบทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีวิธีการทำได้หลายทาง รวมทั้งกันคนไม่ให้เข้าไปฮ่องกงได้ ถ้ามีเหตุรุนแรง คราวนี้ได้เห็นทหารจีนเต็มเกาะฮ่องกงแน่ เรื่องนี้บอกได้คำเดียวว่าจบไม่สวย"

ศก.ไทยปีหน้า"แย่ลง"

บรรณาธิการอาวุโสเครือเนชั่น กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยด้วยว่า โดยส่วนตัวมองว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะแย่ลงกว่าปีนี้อีก เนื่องจากสภาวการณ์ของโลกยังอยู่ในทิศทางที่ไม่น่าไว้วางใจ และอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยได้ อาทิ การสู้รบของนานาประเทศกับกลุ่มไอเอส (นักรบรัฐอิสลาม) และซีเรีย ที่เริ่มมีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่ความสัมพันธ์ของสหรัฐ สหภาพยุโรป และรัสเซียก็เสื่อมถอยลงต่อเนื่อง ส่วนจีนก็มีการประท้วงในฮ่องกง ซึ่งทั้งหมดจะทำให้เศรษฐกิจเลวร้ายลงอีก ดังนั้นต้องระมัดระวังปัจจัยจากต่างประเทศไว้ให้มาก สิ่งที่น่าเป็นห่วงอีกข้อ คือ หนี้ครัวเรือนในปัจจุบันที่อยู่ระดับ 10 ล้านล้านบาท และเมื่อรัฐบาลประกาศจะกระตุ้นเศรษฐกิจอีก ก็เท่ากับกระตุ้นภาวะหนี้ให้มากขึ้น