แพทยสภาล้อมคอกคลินิก"ผ่าสวย" จ่อประกาศกำหนดคุณสมบัติหมอ
แพทยสภาเผยทำร่างคุ้มครองประชาชนจากปัญหาศัลยกรรมเสร็จแล้ว เตรียมประกาศใช้เร็วๆ นี้ เน้นกำหนดคุณสมบัติแพทย์ที่จะทำหัตการ ชี้ภาวะแพ้ยาสลบเสียชีวิต โอกาสเกิดน้อย ไทยพบปีละ 1-2 ราย ด้านกรมสนับสนุนบริการสุขภาพและสาธารณสุขจังหวัดขอตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีผ่าสวยให้พริตตี้สาว ขณะที่คลินิกเสริมความงามถอดป้ายร้านเผ่นแล้ว
จากกรณีนางสาวเมทยา มาวงค์ อายุ 30 ปี หรือน้องหญิง หรือเฟิร์น พริตตี้สาว ชาวจังหวัดเชียงใหม่ เสียชีวิตเนื่องจากเกิดอาการแพ้ยาสลบขณะผ่าตัดทำศัลยกรรมเสริมความงามใบหน้าเรียวนั้น นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ รองเลขาธิการแพทยสภา กล่าวเมื่อวานนี้ (1 ต.ค.) ว่า แพทยสภาไม่ได้นิ่งนอนใจ และกำลังมีการทำร่างประกาศคุ้มครองประชาชนจากการประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้านเสริมความงาม และการโฆษณา ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้ทำงานมากว่า 1 ปี เพื่อออกกติกาในการคุ้มครองประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจากการศัลยกรรม การเสริมความงามในอนาคต
โดยขณะนี้ร่างประกาศดังกล่าวผ่านการพิจารณาทางกฎหมายเรียบร้อยแล้วและจะเตรียมออกเป็นประกาศในเร็วๆ นี้ ซึ่งจากที่เคยเป็นเพียงข้อแนะนำว่าแพทย์ ควรทำอะไร ก็จะบังคับว่า ต้องทำอะไรบ้าง เช่น คุณสมบัติของแพทย์ที่จะประกอบวิชาชีพด้านดังกล่าว ข้อกำหนด และคุณสมบัติของแพทย์ที่จะทำหัตการนั้นๆ ว่า ต้องผ่านการอบรมอะไรบ้าง เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีการเชิญประเทศในอาเซียน รวมไปถึงเกาหลีใต้ มาประชุมร่วมกันเพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้กับประชาชนด้วย
ชี้ภาวะแพ้ยาสลบตายโอกาสเกิดน้อย
ส่วนกรณีผู้เข้ารับศัลยกรรมแล้วเกิดอาการแพ้ยาสลบจนเสียชีวิตนั้น ขณะนี้ทราบข้อมูลผ่านสื่อเท่านั้น แต่หากเกิดภาวะแพ้ยาสลบจริง โอกาสเกิดปัญหาดังกล่าวจะอยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 50,000 -200,000 ราย ซึ่งพบว่าประเทศไทยเกิดประมาณปีละ 1-2 ราย
โดยภาวะดังกล่าวเป็นความผิดปกติในระดับยีนที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าใครจะเกิดขึ้นบ้าง และเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน เพราะภาวะดังกล่าวไม่แน่นอน
แม้ว่าปัจจุบันจะมียาช่วยแก้ภาวะดังกล่าวแต่ยาก็มีราคาแพงมาก ซึ่งช่วยลดภาวะการเสียชีวิตลงได้ แต่หากไม่มียาแก้เลยโอกาสเสียชีวิตแทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าจะเป็นการเกิดในระดับโรงเรียนแพทย์ก็สามารถทำให้ผู้ป่วยถึงขั้นเสียชีวิตได้หากเป็นภาวะที่รุนแรงมาก และยังขึ้นอยู่กับว่า แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้เร็วมากน้อยขนาดไหน หากวินิจฉัยได้เร็วโอกาสจะช่วยชีวิตได้ก็มี
"ภาวะการแพ้ยาสลบจะทำให้เกิดการเกร็งกล้ามเนื้อ และทำให้เกิดของเสียในร่างกายอย่างรวดเร็ว โดยจะมีก๊าซเกิดขึ้น มีไข้สูงเฉียบพลันทันที ทำให้การดมยาในแต่ละครั้งจะต้องมีความพร้อมของบุคลากร สถานที่ และความพร้อมในการกู้ชีพ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า เคยมีการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นในการศัลยกรรม เมื่อแพทยสภาสอบสวนก็พบปัญหาความไม่พร้อมของเครื่องมือ อุปกรณ์ และแพทย์ ซึ่งเคยมีการตัดสินโทษ รวมไปถึงการตัดสินทางคดีความหลายราย" นพ.สัมพันธ์ กล่าว
ขอสอบข้อเท็จจริงสถานที่ผ่าตัด
ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า เบื้องต้นทราบแล้วว่า สถานพยาบาลที่ผู้เสียชีวิตได้ไปทำการรักษาเป็นคลินิกเอกชน แม้ว่าไม่มีผู้เสียหายร้องเรียนหรือเอาผิด แต่หาก สบส.ทราบว่าอาจมีความผิดปกติ หรือ มีข้อสงสัยเกิดขึ้นในเชิงระบบก็มีอำนาจตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ที่จะเข้าตรวจสอบสถานพยาบาลที่มีข้อสงสัย เพื่อคุ้มครองประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบหรือความเสียหายได้อีกในอนาคต
นพ.ธเรศ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นแม้ว่าจะยังไม่สามารถสรุปได้ว่า มีการผ่าตัดที่คลินิกจริงหรือไม่ เพราะการทำการผ่าตัดตามกฎหมายไม่มีข้อห้าม แต่ต้องมีการจัดเตรียมสถานที่ เครื่องมือ บุคลากรตามที่กฎหมายกำหนด เช่น แพทย์ ผู้ช่วย วิสัญญีแพทย์ การมีห้องผ่าตัดที่มีเครื่องมือได้มาตรฐาน มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตครบถ้วน มีระบบทำความสะอาดแบบสเตอริไรส์ห้องผ่าตัด เป็นต้น จึงต้องตรวจสอบว่า ผู้เสียชีวิตทำการผ่าตัดที่ใด เพราะมักพบว่าคลินิกจะใช้เป็นที่รับลูกค้า และทำการผ่าตัดเล็ก เช่น การกรีดตาเท่านั้น ส่วนการผ่าตัดใหญ่จะต้องส่งต่อไปที่โรงพยาบาล เพราะคลินิกส่วนใหญ่จะไม่มีห้องผ่าตัดที่พร้อม ต้องให้เจ้าหน้าที่ลงสืบสวนก่อนว่า เป็นการผ่าตัดที่ไหน ใช้วิธีการผ่าตัดอย่างไร
3ปัจจัยเสี่ยงเสียชีวิตขณะศัลยกรรม
"ขณะนี้ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปทำหน้าที่หาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนจึงจะทราบได้แน่ชัดว่าเป็นอย่างไร ส่วนกรณีนี้ยอมรับว่าเป็นกรณีแรกของการเสียชีวิตจากการศัลยกรรมรูปหน้าซึ่งสาเหตุอาจมีได้ใน 3 ลักษณะ จากการผ่าตัด คือ 1.ภาวะเสี่ยงด้วยโรคประจำตัวของผู้ป่วย เช่น ความดันโลหิตสูง 2.ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด เช่น เสียเลือดมาก และ 3.การดมยาสลบอาจส่งผลกระทบทำให้เสียชีวิต" นพ.ธเรศ กล่าว
คลินิกปิดเงียบ-รื้อป้ายร้านออก
วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการได้ส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเดินทางไปตรวจสอบที่คลินิกศัลยกรรมความงามแห่งหนึ่ง ใน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นคลินิกที่รับทำศัลยกรรมให้กับพริตตี้สาวคนดังกล่าว ปรากฏว่า คลินิกปิดกิจการและรื้อป้ายหน้าร้านออกไปแล้ว
นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบที่คลินิกดังกล่าวพบว่าได้ปิดกิจการไปก่อนแล้วและมีการรื้อป้ายหน้าร้านออกไป ส่วนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้เนื่องจากติดในเรื่องข้อของกฎหมายว่าการที่เข้าทำการตรวจค้นสถานที่ส่วนบุคคลจะต้องมีหมายค้น
อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าคลินิกดังกล่าวได้มีการขออนุญาตเปิดกิจการศัลยกรรมตกแต่งความงามถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนขั้นตอนต่อไปคงต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอหมายค้นจากศาลจังหวัดสมุทรปราการเข้าตรวจค้นที่คลินิกแห่งนี้อีกครั้ง
ทั้งนี้ จากกรณีที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังสถานประกอบการศัลยกรรมตกแต่งความงามทุกแห่งว่า ก่อนดำเนินการใดๆ จะต้องมีการสอบถามผู้มาใช้บริการทุกครั้งในเรื่องการแพ้ยาอะไรหรือไม่อย่างไร รวมถึงเรื่องประวัติและโรคประจำตัวของผู้มาใช้บริการด้วย
ส่วนในเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้คงจะต้องทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง เช่น นายแพทย์ที่ได้รับอนุญาตได้เป็นผู้ดำเนินการผ่าตัดเองหรือไม่






