อช.ศรีลานนายืนยัน เสือโคร่งโผล่ อ.พร้าว คาดตัวยาวกว่า1เมตร ระบุห้ามล่าเสือดังกล่าวอย่างเด็ดขาด
อช.ศรีลานนายืนยัน เสือโคร่งโผล่ อ.พร้าว คาดตัวยาวกว่า 1 เมตร-ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติฯ และห้ามล่าเสือดังกล่าวอย่างเด็ดขาด เพราะอุทยานแห่งชาติเป็นพื้นที่ของสัตว์ป่าโดยชอบธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (29 กันยายน)ได้มีสัตว์ดุร้ายซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเสือโคร่งออกมาล่าและกินวัว และควายของชาวบ้านบ้านห้วยส้าน ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ที่ปล่อยเลี้ยงไว้ในป่า ห่างจากหมู่บ้านไปประมาณ 5 กิโลเมตร ล้มตายไปจำนวนทั้งสิ้น 3 ตัว สร้างความหวาดวิตกให้กับชาวบ้านในระแวกดังกล่าวอย่างมาก รวมทั้งพบรอยเท้าขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายรอยเท้าเสือโคร่งนั้น ในวันนี้ได้มีการผนึกกำลังเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญจากทีมงานวิจัยสัตว์ป่าสถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยเชียงดาว เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา และเจ้าหน้าทีฝ่ายปกครองอำเภอพร้าว เข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณห้วยป่ากล้วย บ้านดงป่าข่า ม.2 ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อ 09.30น. เช้าวันนี้(30 กันยายน) เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าเป็นการล่าจากเสือโคร่งจริง
นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติชาติศรีลานนา กล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบพิสูจน์ร่องรอย และรอยเท้าที่ปรากฏชัดของสัตว์ที่มาล่าวัวและควายของชาวบ้านแล้ว ยืนยันตรงกันว่าเป็นเสือโคร่ง มีขนาดอุ้งเท้าประมาณ 10ซ.ม. และขนาดก้าวช่วงขาหน้า-ขาหลังประมาณ 110 ซ.ม. จากการวิเคราะห์โดยคร่าวน่าจะมีขนาดความยาววัดจาก หัวจรดสุดปลายหาง น่าจะมีความยาวประมาณ 180 เซนติเมตร นอกจากนั้นยังพิสูจน์ได้จากร่องรอยตะปบเหยื่อ ลากเหยื่อ และร่องรอยการกัดกินเหยื่อ ที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวของเสือโคร่งป่า
คาดว่าเสือตัวนี้น่าจะเป็นตัวผู้ และเชื่อว่าน่าจะเป็นตัวเดียวกันกับที่มีการตรวจพบ เมื่อประมาณปลายปี 2552 ที่บริเวณตำบลโหล่งขอด อำเภอพร้าว ไปจนถึงพื้นที่เชื่อมต่อน้ำตกบัวตอง ซึ่งได้สูญหายไปหลังจากนั้นเพราะมีการบุกรุกป่า และแผ้วถางป่าผิดกฎหมายทำให้เสือตัวนี้หลบซ่อนในป่าลึก แต่ภายหลังตั้งแต่ปี 2555 เจ้าหน้าที่ได้มีการเข้มงวดเรื่องการบุกรุกป่าเพิ่มขึ้น ทำให้ชาวบ้านล่าสัตว์น้อยลง และป่าอุดมสมบูรณ์มากขึ้น เป็นไปได้ที่จะส่งผลให้เสือขยายอาณาเขตหากิน มายังพื้นที่ดังกล่าว และล่าวัวควายที่ล่าได้ง่ายกว่าสัตว์ป่าทั่วไปเป็นอาหาร
“เสือ นับเป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของป่าอย่างหนึ่ง หากมีเสือในพื้นที่ก็แสดงให้เห็นว่ามีสัตว์ป่าจำนวนมาก และเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ซึ่งเป็นพื้นที่ของสัตว์ป่าโดยชอบธรรม เสือตัวดังกล่าวจึงไม่ได้รุกล้ำพื้นที่อาศัยมนุษย์” นายยศวัฒน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องทำคือทำการประชาสัมพันธ์ให้ราษฎรในพื้นที่ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติฯและให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจตราห้ามมิให้เข้าไปลักลอบทำการล่าเสือดังกล่าวและสัตว์ป่าอื่น หากพบการกระทำผิดให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัดต่อไป






