วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สกต.ร้องกสม.ป้องชุมชนคลองไทรพัฒนาถูกคุกคาม

สหพันธ์เกษตรภาคใต้ร้องกรรมการสิทธิฯคุ้มครองปกป้องชุมชนคลองไทรพัฒนาที่ถูกคุกคามต่อชีวิตสิทธิในที่ดินทำกินชุมชน

ที่ .สกต.๑๖/๒๕๕๗ สหพันธ์เกษตรภาคใต้ (สกต.)
๖๓๔/๒ ถนนหน้าเมือง ตำบลตลาด
อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

๒๖ กันยายน ๒๕๕๗

เรื่อง ขอให้ท่านดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการให้การคุ้มครองปกป้องชุมชนและนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนที่ถูกคุกคามต่อชีวิตและสิทธิในที่ดินทำกิน กรณีชุมชน คลองไทรพัฒนา

เรียน ประธานอนุกรรรมสิทธิชุมชน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายแพทย์ นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ

เนื่องด้วยสถานการณ์ที่เกษตรกรชุมชนคลองไทรเผชิญการคุกคามล่าสุด เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๗ โดยมีการเข้าตรวจค้นบ้านเรือนประมาณ ๘ หลังคาเรือนของชุมชนโดยเจ้าหน้าที่ทหาร ประมาณ ๕๐ คน นำโดย พันเอกสมบัติ ประสานเกษม รองผู้อำนวยการ กอ.รมน.จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งก่อนหน้านี้สมาชิกชุมชนคลองไทรเข้าใจว่าการเข้าตรวจค้นดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างนี้ของเจ้าหน้าที่ แต่ปรากฏว่าการเข้ามาตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ทหาร ได้มาพร้อมกับกลุ่มผู้มีผลประโยชน์จาการขายที่ดินที่ผิดกฎหมายที่ยังเป็นกรณีพิพาทกับ ส.ป.ก. โดยกลุ่มชายดังกล่าว ประกอบด้วยนายสุนทร ช่วยบำรุง อยู่บ้านเลขที่ ๓๕ หมู่ที่ ๑ ตำบลเขาดิน อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ และ นายวิสิษฐ์ ปานพรหมมินทร์ อยู่บ้านเลขที่ ๓๔ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช

โดยสถานการณ์เริ่มจากการที่นาย สุนทร ช่วยบำรุง กับ นายวิสิษฐ์ มาถึงชุมชนก่อนและมีพุดคุยกับสมาชิกของชุมชนในลักษณะที่ว่า สมาชิกควรจะย้ายออกจากชุมชน เพราะว่าพื้นที่นี้เป็นของผู้ซื้อที่ซื้อที่ดินต่อจากบุคคลทั้งสอง หลังจากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้ามาพังไม้กั้นด้านหน้าของชุมชน ใช้อาวุธปืนนำในการกวาดต้อนสมาชิกให้มารวมกัน หลังจากนั้นมีการเข้าตรวจค้นบ้านเรือนของสมาชิกชุมชน การตรวจค้นดำเนินไปร่วมสองชั่วโมง เจ้าหน้าที่ทหารสอบถามและให้ชุมชนแสดงเอกสารสำคัญ ชุมชนก็ได้นำแสดงเอกสารสำคัญเช่น มติ ครม. และข้อตกลงหรือ mou ซึ่งทำร่วมกันระหว่างตัวแทนของ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) กับรัฐบาลของ นายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เอกสารของกรรมการสิทธิมนุยชน แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ต้องการเอกสารดังกล่าว แต่พยายามที่จะใช้เอกสารคำสั่งศาลฎิกาการทุเลาบังคับคดี บอกให้สมาชิกชุมชนออกจากพื้นที่ สมาชิกของชุมชนพยายามจะอธิบายเอกสารที่ถูกต้อง แต่เจ้าหน้าที่ทหารไม่รับฟัง และพยายามบอกว่าทหารมาดี มาปรองดอง มีสมาชิกมาถ่ายรูปและอัดสียง แต่โดนเจ้าหนีล๊อคตัวออกไป และหลังจากนั้นมีการถามหาแกนนำ โดยเจ้าหน้าที่ทหารได้มีรายชื่อแกนนำ ๕ คน หลังจากที่ทหารและผู้มีอิทธิพลกลับออกไป ปรากฏว่าทรัพย์สินของชุมชน คือวิทยุสื่อสารย่านแดงได้หายไป และคืนนั้นมีคนเข้ามาทำลายต้นไม้ ๔๐๐ ต้น ที่ทางชุมชนร่วมกันปลูกในวัน๑๒สิงหาคม

เจ้าหน้าที่ทหารได้นัด ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๗ ให้ตัวแทนชุมชนไปชี้แจงเหตุผลความชอบธรรมการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และรายชื่อสมาชิกในชุมชน หลังจากสมาชิกของชุมชนได้เข้าพบ พันเอกสมบัติ ประสานเกษม รอง ผอ กอ.รมน. จังหวัดและได้มีการพยายามอธิบายอีกครั้งพร้อมเอกสารประกอบ แต่การพูดคุยมีความตึงเครียด เนื่องจากสมาชิกรู้สึกว่า พันเอก สมบัติ ไม่รับฟังและเสมือนว่าต้องการให้ชุมชนล้มเลิกความตั้งใจในการอยู่ในชุมชน ทั้งนี้ทาง กอ.รมน.ต้องการให้ ส.ป.ก. มายืนยันให้ข้อเท็จจริง

ขอให้ช่วยดำเนินการในประเด็นเร่งด่วน ดังนี้

๑. ขอให้ท่านได้สอบถามไปกองทัพ ภาคสี่ ถึงการเข้าตรวจค้นในวันดังกล่าวว่า อยู่ภายใต้คำสั่งใด และทำไมถึงเข้าตรวจค้นพร้อมกับนายสุนทร ช่วยบำรุง และ นายวิสิษฐ์ ปานพรหมมินทร์ ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลและมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการซื้อขายที่ดินในเขต ส.ป.ก. ( โปรดดูเอกสารหมายเลข ๖ )และข่มขู่คุกคามขัดขวางการดำเนินชีวิตตามวิถีปกติของเกษตรกร และพยายามอาศัยกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้าปฎิบัติการเพื่อผลประโยชน์ของพวกตน ดังนั้น ชาวบ้านในชุมชนคลองไทรพัฒนา จึงมีความเคลือบแคลงใจว่าปฏิบัติการร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร กับ กลุ่มผู้มีอิทธิพลดังกล่าวข้างต้น มีเจตนาอย่างไร มีความเป็นกลางหรือไม่ มีความถูกต้องเหมาะสมหรือไม่อย่างไร ในฐานะข้าราชการเป็นการใช้อำนาจเกินกว่าที่กฎหมายให้ไว้หรือไม่

๒. สืบเนื่องจากข้อ ๑ ขอให้ท่านประสานและเร่งรัดให้ ส.ป.ก. ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อกลุ่มคนที่มีชื่อปรากฎอยู่ในหนังสือสัญญาซื้อขายทุกฉบับ ( รายละเอียดตามเอกสารที่ส่งมาด้วย หมายเลข ๖ )

๓. ขอให้ท่านประสานงาน ชี้แจง และเสนอแนะให้ ผู้อำนวยการ กอ.รมน. จว.สุราษฎร์ธานี พิจารณารับฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน ให้มั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ทหารจะไม่ตกเป็นเครื่องมือในการหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน และรับฟังข้อเท็จจจริง ความเดือดร้อนของชาวบ้าน ที่เร่งด่วนคือ การเชิญ สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ นิติกรของ ส.ป.ก. เข้าไปชี้แจงให้ข้อมูลโดยตรงแก่ กอ.รมน.

๔.ขอให้ท่านประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ในการดำเนินปราบปรามกลุ่มทุนผู้มีอิทธิพลเหนือกฎหมาย โดยเฉพาะพวกที่แอบอ้างเป็นเจ้าของที่ดินในเขตที่ชุมชนมีสิทธิในการครอบครองและใช้ประโยชน์ ส.ป.ก. และทำการแบ่งที่ดินเป็นแปลงย่อย เพื่อซื้อขาย ถ่ายโอน แสวงหาผลประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดิน ของ ส.ป.ก. ( โปรดดูเอกสารประกอบหมายเลข ๗ )

กอรปกับสถานการณ์ของผู้นำกลุ่ม ในขณะนี้เผชิญกับสถานการณ์ที่อ่อนไหวและมีความเสี่ยงต่อการถูกทำร้าย สังการอย่ายิ่ง จึงเรียนมาขอให้ท่านประสานกับหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบโดยตรงในการหามาตราการในการหาทางป้องกันไม่ให้มีการสูญเสียเพิ่มเติม หลังจากกรณีการสังหารสมาชิกของชุมชนสองคนในปี ๒๕๕๕ ซึ่งในขณะนี้แม่กระทั่งกระบวนการยุติธรรรมเองยังไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้

ล่าสุดเหตุการณ์ในเวลาเย็นวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๓.๓๐ น. ได้มีชายไม่ทราบชื่อแต่งตัวชุดคล้ายทหารหนึ่งคน แต่งตัวชุดลำลองห้าคน อ้างตัวว่าเป็นทหารจากค่ายวิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี เข้าตรวจสอบพื้นที่ ในชุมชนคลองไทรพัฒนา เมื่อสอบถามกับชาวบ้านว่ารู้จักใครบ้างชาวบ้านบอกว่ารู้จัก นายสุนทร ช่วยบำรุง (มือปืน ลูกน้องเจ้โส(กาญจนะ) อดีต สส. อ.เวียงสระจังหวัดสุราษ) และเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาพนม ๒ นาย และจ่าสิบเอกสมศักดิ์ กล่อมเอี่ยม ซึ่งเป็นทหารฝ่ายข่าว ที่เหลืออีก ๓ คน ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร เพราะทั้งหมดนี้ได้นั่งมาในรถ ๒ คัน เป็น รถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีดำ กต ๔๒๒๑ สุราษฎร์ธานี และปิคอัพ อีซูสุ สีขาว บธ ๓๐๓๑ กระบี่ ผลการเจรจาฝ่ายเจ้าหน้ารัฐ ฝ่ายทหาร ยังคงยืนยันว่าจะนำป้ายมาติดประกาศให้ทุกชุมชนโยกย้ายออกจากพื้นที่ภายใน ๗ วัน เพื่อรอการจัดสรรที่ดินทำกิน ของ ศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาชนบทตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง(ศจพ. )

ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ทางสหกรณ์ฯ มีความเห็นว่า เจ้าหน้าที่ทหารอ้างคำสั่งทุเลาการบังคับคดี มาใช้ในการเรียกร้องแกมบังคับให้สมาชิกชุมชนคลองไทร-พัฒนา โยกย้ายออกจากพื้นที่ ส.ป.ก. ซึ่งเป็นการใช้คำสั่งทุเลาการบังคับคดีเกินขอบเขตอำนาจที่ศาล ได้ให้ไว้ จึงถือได้ว่าเป็นความพยายามบังคับคดีโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม และไม่ชอบด้วยกฎหมาย

อนึ่ง ตามเนื้อหาที่กล่าวมาแล้วปรากฎว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ (ทหาร) ยังไม่ได้ปฎิบัติตามแนวทางของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการ ” คืนความสุขให้สังคม ” ตามที่ประธาน คสช. ได้กล่าวไว้ต่อสาธารณะดังที่ทราบโดยทั่วกัน

จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา และขอขอบคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

(นายธีรเนตร ไชยสุวรรณ )

ตัวแทนชุมชนคลองไทรพัฒนา

สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้(สกต.)