จนท. เข้าทำการตรวจสอบตู้เอทีเอ็มธ.ไทยพาณิชย์ เพื่อหาสาเหตุกระแสไฟฟ้ารั่วช็อตผู้ใช้บริการ แต่ยังไม่ทราบสาเหตุ
จากกรณีที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่หน้าโรงเลื่อยไม้ยางพารา เลขที่ 15 ถนนทุ่งควน ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง เกิดเหตุกระแสไฟฟ้ารั่วช็อต นายนิยม แก้วลาย อายุ 52 ปี อาชีพรับเหมาก่อสร้าง อยู่บ้านเลขที่ 48/5 ถนนรักษ์จันทน์ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ขณะไปยืนรอคิวเพื่อกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มดังกล่าว โดยได้ยืนพิงกับขอบตู้เพื่อรอคิวกดเงินจากผู้ใช้บริการอีกราย ปรากฏว่าถูกไฟฟ้าดูดจนสะดุ้งสุดตัวและหลุดออกมาได้ จึงเข้าแจ้งตำรวจและพนักงานธนาคารไทยพาณิชย์เข้าตรวจสอบ และทำการทดสอบระบบไฟฟ้าซึ่งต่อพวงมาจากโรงงาน โดยหวั่นว่าจะเกิดโศกสลดเหมือนกับเกิดขึ้นเด็กหญิงวัย 2 ขวบ ที่กระแสไฟฟ้าจากตู้เอทีเอ็มธนาคารไทยพาณิชย์เช่นเดียวกัน รั่วช็อตจนเสียชีวิตเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นกับนายนิยมเกิดขึ้นเมื่อเย็นวานนี้ (25 กย.) แต่โชคดีนายนิยมสะดุ้งสุดตัวและหลุดออกมาได้
ล่าสุด นายพิพัฒน์ เกศรินทร์ อายุ 52 ปี ช่างอิเลคทรอนิคส์จากบริษัท เมธา จำกัด ได้เข้าทำการตรวจสอบระบบต่างๆของตู้เอทีเอ็มในเบื้องต้น ประกอบด้วย ระบบไฟฟ้า ระบบแอร์ ระบบแสงสว่างภายในตู้ รวมทั้งปลั๊ก และอื่นๆ ซึ่งทุกระบบยังคงทำงานปกติ จึงยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งจะต้องรอทีมวิศวกรซึ่งมีความชำนาญโดยเฉพาะจากธนาคารและจากบริษัทรับเหมาติดตั้งตู้เอทีเอ็มเข้าทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุต่อไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในเร็วๆนี้
ด้านบรรยากาศในวันนี้พบว่ายังมีประชาชนเดินทางจะไปกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มดังกล่าวเป็นระยะๆ เนื่องจากยังไม่มีป้ายบอกอย่างเป็นทางการจากธนาคารไปติดไว้ แต่มีคนงานของโรงเลื่อยไม้ยางพาราและยามรักษาความปลอดภัยซึ่งมีป้อมยามอยู่ใกล้กับตู้เอทีเอ็มคอยแจ้งกับผู้ใช้บริการว่าตู้เสีย งดใช้บริการชั่วคราว
นายสมศักดิ์ ทองแก้ว อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 4 ต.โคกสะบ้า อ.เมือง จ.ตรัง เล่าว่า เกิดเหตุตู้เอทีเอ็มช็อตเด็กและประชาชนผู้ใช้บริการบ่อยครั้ง ทางธนาคารจะต้องรับผิดชอบ จะต้องหมั่นตรวจสอบระบบไฟฟ้าและระบบอิเลคทรอนิคส์ตลอดเวลาให้มั่นใจในสภาพการใช้งาน เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่จเกิดกับลูกค้าและผู้ใช้บริการ ในครั้งนี้โชคดีที่เป็นผู้ใหญ่ถ้าเป็นเด็กเชื่อว่าจะต้องเสียชีวิตแน่นอน และหลังเกิดเหตุบ่อยทำให้ไม่มีมั่นใจในการบริการตู้เอทีเอ็มอีกต่อไป
ความคืบหน้าของคดีน้องใบหยก วัย 2 ขวบเศษ ซึ่งถูกไฟฟ้าจากตู้เอทีเอ็มช้อตเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พล.ต.ต.จีรวัฒน์ อุดมสุด ผบก.ภ.จว.ตรัง เปิดเผยว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สรุปสำนวนคดีไปแล้วว่าเกิดจากอุบัติเหตุ เนื่องจากผลการตรวจสอบพบว่าก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุสลดกับน้องใบหยกนั้น ได้เกิดฟ้าผ่าลงที่หน้าป้ายไฟของปั้มที่ตู้เอทีเอ็มตั้งอยู่ ช้อตสายดิน และขณะนั้นสายไฟของป้ายไฟขาด ทำให้กระแสไฟฟ้าวิ่งลงเสาป้ายไฟและลงใต้ดิน และวิ่งเข้าสู่ตู้เอทีเอ็มที่อยู่ใกล้กัน ในวันเกิดเหตุเมื่อน้องใบหยกไปพิงกับตู้เอทีเอ็มจึงถูกกระแสไฟฟ้าช็อตและเป็นเหตุให้เสียชีวิตในเวลาต่อมาดังกล่าว อย่างไรก็ตามในส่วนของสหกรณ์การเกษตรอำเภอย่านตาขาวซึ่งเป็นเจ้าของปั้มน้ำมันที่ตู้เอทีเอ็มตั้งอยู่ และธนาคารเจ้าของตู้เอทีเอ็มได้ชดใช้ค่าทำศพและค่าเสียหายอื่นๆตามความเหมาะสมเป็นที่พอใจของญาติไปแล้ว






