เรือนจำนำร่อง'แดนหญิง'ดูแลคุณภาพชีวิตเพศแม่

เรือนจำนำร่อง'แดนหญิง'ดูแลคุณภาพชีวิตเพศแม่

(รายงาน) เรือนจำนครพนม...นำร่อง"แดนหญิง" ดูแลคุณภาพชีวิต"เพศแม่"หลังกำแพงคุก

ปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมอาญาไทย คือ การมี "ผู้หญิง" ตกเป็นผู้ต้องหาและผู้ต้องขังในคดีอาญาเพิ่มมากขึ้นจนน่าตกใจ

สถิติของกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า มีผู้หญิงที่เป็นนักโทษเด็ดขาด ต้องโทษอยู่ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศจำนวนถึง 27,782 คน และมีผู้หญิงอีก 10,084 คน ถูกคุมขังระหว่างการสอบสวนและพิจารณาคดี

ที่น่าสนใจก็คือ ความผิดที่ถูกดำเนินคดีส่วนใหญ่เป็นความผิดตามกฎหมายที่เกิดจากนโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลหลายชุดต่อเนื่องกัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึงกว่าร้อยละ 80 ของผู้ต้องขังหญิงทั้งหมด

ที่ผ่านมา คณะทำงานศึกษาและพัฒนาแนวทางในการลดปริมาณผู้ต้องขังหญิงในคดียาเสพติดให้โทษในเรือนจำ ตามโครงการกำลังใจในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ประชุมระดมความเห็นจากผู้รับผิดชอบหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมมาตลอด เพื่อร่วมกันค้นหาแนวทางป้องกันการส่งผู้หญิงที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ไม่ได้มีลักษณะอาชญากรเข้าสู่เรือนจำ ขณะเดียวกันก็พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังหญิงให้สอดคล้องกับ "ข้อกำหนดกรุงเทพฯ"

ทั้งนี้ ข้อกำหนดกรุงเทพฯ หรือ Bangkok Rules เป็นความริเริ่มจากพระดำริของ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ซึ่งถูกบรรจุเป็นข้อกำหนดของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) สำหรับเป็นมาตรการการปฏิบัติต่อผู้หญิงในเรือนจำ รวมทั้งหามาตรการที่ไม่ใช่การคุมขังสำหรับผู้ต้องหาหญิง โดยนอกจากจะมีแนวปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่และบุคลากรของกรมราชทัณฑ์แล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานและบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมในการส่งเสริมให้มีการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในระบบยุติธรรมทางอาญาแก่ผู้ต้องขังหญิงและบุตรติดของผู้ต้องขังหญิงด้วย

การประชุมระดมความเห็นจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ กำหนดเอาไว้ 5 ครั้ง จัดไปแล้ว 2 ครั้ง มีประเด็นที่น่าสนใจคือ 1.ฝ่ายนิติบัญญัติควรทบทวนปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด 2.ฝ่ายตุลาการควรพิจารณาคดีและกำหนดโทษในคดียาเสพติดให้ได้สัดส่วนกับการกระทำผิด 3.ฝ่ายบริหารควรมีการประเมินและพัฒนานโยบายยาเสพติด ตลอดจนนโยบายทางอาญา 4.ฝ่ายข้าราชการประจำ รวมทั้งภาคประชาสังคม ควรดำเนินการตามกฎหมายและนโยบายยาเสพติด

สำหรับการประชุมระดมความเห็นครั้งล่าสุด จัดขึ้นที่เรือนจำจังหวัดนครพนม โดย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นองค์ประธานด้วยพระองค์เอง มีข้าราชการระดับสูงจากสำนักงานศาลยุติธรรมและนักวิชาการด้านกฎหมายเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ นายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา นายเอกชัย ชินณพงศ์ ประธานศาลอุทธรณ์ รศ.(พิเศษ) ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ นางเมทินี ชโลธร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น

ความเห็นและข้อสังเกตจากการประชุมสรุปได้ว่า 1.สภาพเรือนจำหรือทัณฑสถานถูกออกแบบไว้สำหรับการคุมขังผู้กระทำความผิดที่ก่อเหตุรุนแรงและเป็นภัยต่อสังคมในลักษณะของอาชญากร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย จึงไม่เหมาะกับการคุมขังผู้หญิงที่มีความละเอียดอ่อนมากกว่า ทั้งสภาพทางกาย ระบบการเจริญพันธุ์ การคลอดบุตร และภาวะทางอารมณ์

2.พฤติการณ์การกระทำผิดของผู้หญิงที่ต้องรับโทษส่วนใหญ่ มิใช่พฤติกรรมของบุคคลที่มีบทบาทนำ หรือมีบทบาทสำคัญในขบวนการค้ายาเสพติด แต่เป็นบุคคลที่มีบทบาทระดับล่างสุดในขบวนการค้ายา 3.ผู้หญิงมักตกเป็น "ตัวประกัน" ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ระหว่างขบวนการค้ายาเสพติดกับผู้บังคับใช้กฎหมายที่ไม่อาจจับกุมตัวการใหญ่มาดำเนินคดีหรือจัดการผู้มีอิทธิพลซึ่งอยู่เบื้องหลังได้

4.หากทุกอย่างยังอยู่ในวังวนเดิม เชื่อว่าจะทำให้กระบวนการยุติธรรมไม่อาจแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้ตามเจตนารมณ์ในอุดมคติ หากแต่จะสร้างปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจในวงกว้าง กลายเป็นต้นตอบ่อเกิดแห่งอาชญากรรมยิ่งกว่า รวมทั้งอาจเกิดการล่มสลายของกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบได้

โอกาสนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงสรุปผลการระดมความเห็นว่า ไม่มีนโยบายของรัฐบาลยุคใดสมัยใด และไม่มีกฎหมายหรือข้อบังคับใดมีความสมบูรณ์แบบในตัวเอง แต่ก็ควรรักษาสมดุลของการบังคับใช้กฎหมายให้สอดคล้องกับความเป็นจริง หากจะมุ่งการดำเนินคดีไปที่ยาเสพติดกับขบวนการค้ายา ก็ควรแบ่งแยกผู้ใช้ ผู้เสพ และผู้เกี่ยวข้องออกมาให้ชัดเจน เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่ามีผู้ค้ารายย่อยจำนวนมากที่เข้าสู่กระบวนการดำเนินคดี บางรายค้าเพียงเพื่อหาเงินมาเสพ หรือค้าเพราะเหตุจำเป็นบางอย่าง

ในส่วนของผู้ใช้ยานั้น ที่ผ่านมามักมุ่งเน้นการกำจัดยาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทยหรือยุติการใช้ยา ถือเป็นการบังคับทางกาย แต่ไม่ได้บำบัดฟื้นฟูจิตใจอย่างแท้จริง ขณะที่ผู้ใช้ยาเสพติดจะมีอาการอย่างที่เรียกว่า "สมองติดยา" หรือผู้เสพจดจำความประทับใจในครั้งแรกที่ได้เสพอย่างหยั่งลึกในสมอง ทำให้มีโอกาสสูงที่จะหันกลับไปเสพยาอีกครั้ง ฉะนั้นทุกคนทุกฝ่ายต้องช่วยกันให้กำลังใจไม่ให้ผู้เสพสามารถดูแลตนเองได้ ไม่กลับไปใช้ยาอีก

สำหรับเรือนจำนครพนม สถานที่จัดประชุมระดมความเห็น ถือเป็นหนึ่งในเรือนจำที่กำลังสร้าง "แดนหญิง" ตามข้อกำหนดกรุงเทพฯ โดยจะมีกิจกรรมส่งเสริมอาชีพและดูแลคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ เช่น ห้องแม่และเด็ก ซึ่งจะดูแลเด็กที่ติดมากับแม่ที่ต้องโทษในคดีต่างๆ หรือห้องปฏิบัติธรรม ซึ่งถือเป็นเรือนจำแรกที่มีแนวทางพัฒนาจิตใจ นอกจากพัฒนาด้านกายภาพจากการฝึกอาชีพ