"ธ.ก.ส."เร่งคืนเงินกองทุนชาวนาต.ค. เล็งออกเงินฝากจูงใจดอกเบี้ยสูง 11% หวังดึงเป็นลูกค้าแบงก์ต่อ
"ธ.ก.ส." คาดจ่ายเงินคืนกองทุนช่วยเหลือชาวนา 1.4 หมื่นล้านเดือนต.ค.นี้ เร็วกว่ากำหนดเดิมในช่วงสิ้นปี หลังได้เงินระบายข้าวครบถ้วน พร้อมเตรียมออกเงินฝากใหม่ ดอกเบี้ยสูงถึง 11% ต่อปีให้ผู้จ่ายเงินสมทบกองทุนมาฝากเงินได้เท่ากับจำนวนเงินที่สมทบ หวังดึงเป็นลูกค้าของธนาคารต่อ
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ธ.ก.ส.เปิดให้ผู้มีจิตเป็นกุศล บริจาค และนำเงินเข้าสมทบกองทุนช่วยเหลือชาวนาตั้งแต่ช่วงเดือนมี.ค. และหยุดรับเงินบริจาค ตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ พบว่า มีเงินทั้งบริจาคและสมทบเข้ามารวม 1.42 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเงินบริจาค 30 ล้านบาท เงินสมทบแบบไม่คิดผลตอบแทนรวม 916 ล้านบาท และเงินสมทบแบบมีผลตอบแทน หรืออัตราดอกเบี้ย 0.63% รวม 1.32 หมื่นล้านบาท
ล่าสุดทางธ.ก.ส.ได้รับเงินจากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ครบตามจำนวนที่ต้องจ่ายคืนให้กับผู้สมทบเงินเข้ามาแล้ว ดังนั้นทางธ.ก.ส.จึงจะเริ่มคืนเงินดังกล่าวไปยังผู้สมทบคิดเป็นวงเงินรวม 1.4 หมื่นล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการจ่ายเงินคืนเร็วกว่ากำหนด จากเดิมที่จะต้องคืนเงินภายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้
อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการตอบแทนผู้สมทบเงินเข้ามา ธ.ก.ส.จึงได้ออกผลิตภัณฑ์เงินฝากใหม่ คือ เงินฝาก ทุ่งรวงทอง เป็นเงินฝากระยะเวลา 11 เดือนดอกเบี้ย 11% ต่อปี (ไม่เสียภาษีดอกเบี้ย) ให้กับผู้ที่ฝากเงินสมทบเข้ามา โดยจะให้ฝากเท่ากับเงินที่ฝากสมทบกองทุนช่วยเหลือชาวนา และเปิดรับฝากเฉพาะเงินจากกองทุนช่วยเหลือชาวนาเท่านั้น
ขณะนี้พนักงานธ.ก.ส. เริ่มแจ้งไปยังผู้สมทบเงินในกองทุนช่วยเหลือชาวนากว่า 1 แสนรายแล้ว พบว่า มีผู้สนใจจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเงินฝากปกติที่จะให้ผู้สมทบเข้ามาร่วมฝากเงินกับธนาคาร ซึ่งจะเปิดตัวในช่วงเดือนต.ค. อาทิ เงินฝากเกษียณมั่งคั่งสำหรับผู้ที่เกษียณไปแล้วอายุเกิน 55 ปี เป็นเงินฝากออมทรัพย์ 8 เดือน เป็นต้น
"พนักงานธ.ก.ส.ได้ไปพูดคุยกับผู้สมทบเงินในกองทุนชาวนาแล้ว เพื่อชักชวนให้มาเป็นลูกค้าของธนาคาร หลายคนก็สนใจ ซึ่งธนาคารจะนำเงินดังกล่าวไปช่วยเหลือชาวนา และเกษตรกรในกลุ่มอื่นๆในช่องทางปกติของธนาคาร โดยดอกเบี้ยที่ให้นั้นเป็นดอกเบี้ยพิเศษเฉพาะสำหรับผู้สมทบโดยเฉพาะ ถือว่าสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดเงินฝากในขณะนี้"
สำหรับการคืนเงินให้กับผู้สมทบนั้น ในส่วนของกองทุนที่ 3 ที่ต้องจ่ายผลตอบแทนนั้น เดิมทางสำนักงบประมาณจะต้องตั้งงบมาชดเชยให้ แต่ล่าสุดจากการที่ธ.ก.ส.นำเงินของกองทุนมาบริหารในช่วงที่อยู่กับธนาคารทำให้ได้ดอกผลที่ครอบคลุมผลตอบแทนที่ต้องจ่ายให้ผู้สมทบคิดเป็นเงินประมาณ 30 ล้านบาท โดยไม่ต้องของบชดเชยจากสำนักงบประมาณ ถือว่าช่วยรัฐประหยัดงบประมาณได้อีกทางหนึ่ง
ส่วนเงินบริจาคกว่า 30 ล้านบาทนั้นธนาคารจะหารือกับนายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อนำเงินไปบริจาคให้กับมูลนิธิชัยพัฒนา และมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก เพื่อนำไปใช้ในโครงการเกี่ยวข้องกับการดูแลชาวนา โดยที่ผ่านมาธ.ก.ส.ได้ความร่วมมือกับมูลนิธิทั้ง 2 แห่งอยู่หลายโครงการ เช่น โครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนในอาชีพของชาวนา การสร้างองค์ความรู้เพื่อลดต้นทุนการผลิต การใช้ภูมิปัญญาต่างๆ เพื่อจะให้ชาวนาได้ทำงานหรือประกอบอาชีพชาวนาทำนาได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้เห็นชอบให้จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือชาวนาขึ้น เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2557 เพื่อเป็นช่องทางให้ผู้มีจิตเป็นกุศลช่วยเหลือขาวนา หลังจากที่มีชาวนาจำนวนมาก ได้รับความเดือนร้อนเมื่อไม่ได้รับเงินตามมูลค่าใบประทวน จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2556/57
ธ.ก.ส.ได้นำเงินกองทุนช่วยเหลือชาวนาทั้งหมด 1.42 หมื่นล้านบาท ไปจ่ายให้กับเกษตรกรตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือก 1.05 หมื่นล้านบาท มีเกษตรกรได้รับความช่วยเหลือ 9.6 หมื่นราย คิดเป็นข้าวเปลือกที่รับจำนำ 6.26 แสนตัน สำหรับเงินส่วนที่เหลือ ธ.ก.ส.สำรองไว้สำหรับจ่ายให้ชาวนาในภาคใต้
สำหรับเงินกู้ที่กระทรวงการคลังจัดหาให้กับ ธ.ก.ส. 9 หมื่นล้านบาท ธ.ก.ส. ได้นำไปจ่ายให้ชาวนาที่เหลือจากการช่วยเหลือของกองทุน ซึ่งมีทั้งหมด 7.84 แสนรายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว









