วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เร่งแก้ปัญหาขาดแคลนข้าวบริโภคในจังหวัด

เกษตรจังหวัด เร่งแก้ปัญหาขาดแคลนข้าวในพื้นที่เร่งส่งเสริมให้ชาวตรังหันมาทำนาแบบลดต้นทุนการผลิต

นายบุญเลี้ยง ข่ายม่าน เกษตรจังหวัดตรัง กล่าวว่า ขณะนี้ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดตรังมีโครงการส่งเสริมปลูกข้าวผลักดันนโยบายขับเคลื่อนการฟื้นฟูอนุรักษ์และพัฒนาการผลิตข้าวจังหวัดตรัง เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน เนื่องจากปัจจุบันนี้จังหวัดตรังกำลังประสบปัญหาขาดแคลนข้าวที่ใช้บริโภคภายในจังหวัด เพราะข้าวที่ปลูกภายในจังหวัดมีพื้นที่ปลูกประมาณ 13,882 ไร่

ซึ่งไม่สามารถผลิตข้าวให้มีความเพียงพอต่อจำนวนข้าวที่ใช้บริโภคทั้งจังหวัด เนื่องจากจังหวัดตรังมีจำนวนประชากร 230,000 คน ต้องมีการบริโภคข้าวจำนวน 52,290 ตัน แต่ในจังหวัดตรังเองนั้นสามารถปลูกข้าวได้เพียง จำนวน 3,246 ตัน ดังนั้นต้องมีการนำข้าวมาจาพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงหรือจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 49,049 ตัน

เกษตรจังหวัดตรัง ให้ข้อมูลว่า โดยในปัจจุบันชาวนาในจังหวัดตรังนิยมปลูกข้าวพันธุ์เล็บนกปัตตานี ซึ่งได้ผลผลิตสูงเฉลี่ยเพียง 400 กิโลกรัม/ไร่ ดังนั้นจึงคิดวิธีการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตข้าว ด้วยการส่งเสริมให้ชาวนาในพื้นที่จังหวัดตรังมีการปลูกข้าวสายพันธุ์ใหม่ คือ “ข้าวพันธุ์ กข.55” ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่ได้ทำการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมาตั้งแต่ปี2543 โดยการผสมสายพันธุ์ระหว่างข้าวพันธุ์ กข.23 ข้าวเล็บนกปัตตานี และข้าวพันธุ์ชัยนาท 1 สำหรับลักษณะเด่นของข้าวพันธุ์นี้ คือ ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 712 กิโลกรัม/ไร่ อายุการเก็บเกี่ยวเพียง 117 วัน สามารถปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง มีความต้านทานต่อโรคต่างๆสูงมาก ส่วนคุณภาพข้าวสุกมีลักษณะค่อนข้างนุ่ม ไม่เหนียว และไม่ร่วน มีกลิ่นหอมคล้ายคลึงกับข้าวพันธุ์เล็บนก

นอกจากนี้ ยังมีการลดการใช้ปุ๋ยเคมี และส่งเสริมให้หันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทน พร้อมกับมีการวิเคราะห์ดินแล้วจึงใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ เพื่อไม่ให้ใส่เกินความต้องการของพืชและดิน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนส่วนนี้ลงไปได้อีก 200-300 บาทต่อไร่ รวมทั้งยังส่งเสริมลดการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูข้าว ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ใช้ให้ถูกวิธีและปริมาณที่ถูกต้อง

โดยใช้ร่วมกับสารชีวภาพ ควบคู่กับชีววิธีควบคุมศัตรูข้าวด้วยวิธีผสมผสาน เพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติ เพราะถ้าลดการใช้สารเคมีก็จะลดต้นทุนได้อีกไม่ต่ำกว่า 200-300 บาทต่อไร่ ลดการสูญเสียระหว่างการเก็บเกี่ยวและหลังการเก็บเกี่ยว ในนาชลประทานควรปล่อยน้ำออกจากนาก่อนเก็บเกี่ยว 15 วัน และเก็บเกี่ยวระยะพลับพลึง หรือ 30 วัน หลังข้าวออกดอก จะช่วยลดการสูญเสียผลผลิตได้ 5% หรือคิดเป็นมูลค่า 200-300 บาทต่อไร่ มีการทำบัญชีฟาร์ม จดรายรับรายจ่ายในการปลูกข้าวและรายจ่ายทั้งหมดในครัวเรือน เพื่อช่วยควบคุมการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้อีก

อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรชาวนาตรังใช้เมล็ดพันธุ์ดี วิธีปลูกที่เหมาะสม ใช้ปุ๋ย ใช้ยาถูกชนิด ถูกอัตรา ถูกเวลา ร่วมกับหมั่นตรวจสอบแปลงนา เก็บเกี่ยวในระยะที่เหมาะสม ก็จะช่วยลดต้นทุนได้อย่างน้อย 1,000-1,500 บาทต่อไร่ นอกจากนี้ยังมีผลผลิตเพิ่มขึ้น 20% คิดเป็นเงิน 600-1,000 บาทต่อไร่ รวมแล้วชาวนาก็จะมีเงินรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นระหว่าง 1,600-2,500 บาทต่อไร่ ผนวกกับการช่วยเหลือลดราคาปัจจัยการผลิต 760 บาทต่อไร่ ตามนโยบายของ คสช. ก็จะทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรลดลง เมื่อต้นทุนลดลง แม้จะขายข้าวราคาไม่สูงมากเหมือนตอนมีโครงการรับจำนำข้าว แต่ชาวนาก็จะมีส่วนต่างที่เป็นรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมแน่นอน รวมทั้งจังหวัดยังสามารถลดการนำข้าวมาจากพื้นที่อื่นๆได้อีกด้วย