ธ.ก.ส. เผยโครงการประกันภัยข้าวนาปีมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 54,000 ราย รวมพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 8 แสนไร่
เตือนเกษตรกรที่ประสบภัยเร่งแจ้งเกษตรอำเภอทำแบบรายงานข้อมูลความเสียหายรับเงินชดเชย
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่าตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2557 เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีเครื่องมือในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากปัญหาภัยธรรมชาติและภัยพิบัติต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับผลผลิตของตนเอง พร้อมตั้งเป้าหมายพื้นที่นาข้าวที่จะเข้าร่วมโครงการ 1.5 ล้านไร่
อย่างไรก็ตาม จากการดำเนินงานปรากฏว่า ขณะนี้มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้ว 54,236 ราย พื้นที่นาข้าว 812,396.75 ไร่ คิดเป็นสัดส่วน 54.28% ของเป้าหมาย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมโครงการถึง 73% ของพื้นที่เพาะปลูกข้าวที่เอาประกัน ซึ่ง ธ.ก.ส.จะให้เจ้าหน้าที่เร่งทำความเข้าใจกับเกษตรกรถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการนี้ โดยเฉพาะการได้รับเงินชดเชยความเสียหายเมื่อประสบภัยธรรมชาติจากรัฐบาลไร่ละ 1,113 บาทแล้ว ยังได้เงินชดเชยจากการประกันภัยตามโครงการอีกไร่ละ 1,111 บาท รวมเป็นเงินชดเชยไร่ละ 2,224 บาท จึงอยากให้เกษตรกรที่ยังไม่ทำประกันภัยข้าวนาปีให้เร่งเข้ามาทำประกันภัยก่อนถึงวันสิ้นสุดโครงการวันที่ 31 ธ.ค.
ทั้งนี้ เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา และได้ทำประกันภัยไว้นั้น ให้ดำเนินการแจ้งความเสียหายที่สำนักงานเกษตรอำเภอเพื่อทำแบบรายงานข้อมูลความเสียหาย (กษ.02) และแจ้งขอรับค่าสินไหมทดแทนได้ที่สำนักงาน ธ.ก.ส.ทุกสาขาทั่วประเทศ
สำหรับเงื่อนไขการดำเนินโครงการครั้งนี้กำหนดให้เกษตรกร ที่เข้าร่วมโครงการรับภาระค่าเบี้ยประกันภัยตามลำดับความเสี่ยงของพื้นที่ แบ่งออกเป็น 5 ระดับประกอบด้วยพื้นที่เสี่ยงต่ำที่สุด พื้นที่เสี่ยงต่ำมาก พื้นที่เสี่ยงต่ำ พื้นที่เสี่ยงปานกลาง และพื้นที่เสี่ยงสูง โดยคิดอัตราค่าเบี้ยประกันภัยรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์อยู่ที่ 129.47 บาทต่อไร่ 247.17 บาทต่อไร่ 376.64 บาทต่อไร่ 472.94 บาทต่อไร่ และ 510.39 บาทต่อไร่ ตามลำดับ
โดยเกษตรกรจะจ่ายค่าเบี้ยประกันในอัตราเพียง 60 บาทต่อไร่ 70 บาทต่อไร่ 80 บาทต่อไร่ 90 บาทต่อไร่ และ 100 บาทต่อไร่ ส่วนที่เหลือรัฐบาลจะเป็นผู้อุดหนุนค่าเบี้ยประกันแทนเกษตรกรในอัตรา 69.47 บาทต่อไร่ 177.17 บาทต่อไร่ 296.64 บาทต่อไร่ 382.94 บาทต่อไร่ และ 410.39 บาทต่อไร่ ตามลำดับ
นอกจากนี้ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการที่เป็นประโยชน์ ธ.ก.ส.จะร่วมอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้กับเกษตรกรที่เป็นลูกค้าอีกไร่ละ 10 บาท ทำให้เกษตรกรจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยเพียง 50-90 บาท/ไร่ การประกันภัยจะคุ้มครองความเสียหายตามหลักเกณฑ์การประเมินความเสียหายของภาครัฐที่เกิดจากน้ำท่วม ภัยแล้ง หรือฝนทิ้งช่วง ลมพายุ อากาศหนาว ลูกเห็บและไฟไหม้ โดยได้รับชดเชย 1,111 บาทต่อไร่ ยกเว้นศัตรูพืชและโรคระบาด ได้รับการชดเชย 555 บาทต่อไร่









