กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เตรียมสนับสนุนพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติพื้นที่แนวเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ตามนโยบายรัฐบาล
นายวิชัย คงรัตนชาติ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2558 คณะ คสช. ได้วางแผนจะพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณชายแดน5 จังหวัด มุกดาหาร ตาก สระแก้ว ตราดและสงขลา เป็น 5 จังหวัด ที่จะให้ส่วนราชการที่มีเขตชายแดนที่ติดต่อกับเขตชายแดนลงพื้นที่ทำงาน ในส่วนของกระทรวงแรงงาน และกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่โดยการฝึกอาชีพ ให้กับแรงงานบริเวณตะเข็บชายแดนทีมีพื้นที่ติดต่อกัน เช่น พม่า ลาว กัมพูชา เพื่อให้แรงงานในบริเวณนั้นได้มีความรู้มีทักษะฝีมือเพิ่มขึ้น เพื่อก่อให้เกิดรายได้และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ อีกประการหนึ่งคือเป็นการลดปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงาน โดยจะนำเอาเขตเศรษฐกิจพิเศษ การค้าการลงทุนเข้าไปในพื้นที่
การพัฒนาแรงงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกส่วน โดยรัฐบาลไทยเองจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจน ในส่วนของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะต้องเข้าไปฝึกแรงงานในพื้น แต่ทั้งนี้ก่อนที่จะเข้าไปฝึกแรงงานจะต้องทำการสำรวจศึกษาข้อมูลในพื้นที่อนว่ามีความต้องการแรงงานประเภทไหน อย่างไร มีความต้องการให้สนับสนุนแรงงานฝีมือด้านไหนเป็นพิเศษ ทางกรมฯ จึงจะสามารถดำเนินการให้ตรงกับความต้องการของในพื้นที่ได้ เช่นในเขตจังหวัดมุกดาหาร จะเน้นในด้านเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม ส่วนทางด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก ที่มีเขตแดนติดต่อกับพม่าที่มีการติดต่อประสานงานกันด้านการค้าการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นการที่จะเข้าไปดำเนินการฝึกอบรมแรงงานให้เพื่อนบ้าน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับทราบข้อมูลความต้องการ เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างประเทศที่มีแนวชายแดนติดต่อกัน ประเด็นหลักในการทำงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานนั้น ต้องพัฒนาแรงงานให้มีทักษะความรู้ความสามารถเพื่อประกอบอาชีพ และให้การค้าการลงทุนมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น คาดว่าในปี 2558 จะสามารถดำเนินฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงานให้กับ5 จังหวัดที่ได้ประกาศให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และ อีก7จังหวัด ในปี 2559
อย่างไรก็ตามการทำงานให้สำเร็จจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านที่จะต้องร่วมมือกันพัฒนาก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อเศรษฐกิจของประเทศที่จะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง
ที่ผ่านได้เชิญภาครัฐและเอกชนหลายภาคส่วน ในเขตพื้นที่จังหวัด เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง ไปร่วมเจรจากับสปป.ลาว ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษห้วยผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ทำให้เห็นภาพการประสานงานการค้า การลงทุนในอนาคต ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี ที่นำภาครัฐและเอกชนมาทำงานร่วมกัน ในอนาคตการเจรจาจะนำไปสู่การค้าการลงทุนบริเวณชายแดนให้มีการพัฒนาขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ขณะนี้การพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติมีความพร้อม โดยการนำของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติเชียงแสน ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการส่วนหนึ่งของกระทรวงแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งดำเนินการพัฒนาฝีมือแรงงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า5 ปี
โดยการปูพื้นฐานในการเข้าไปติดต่อประสานความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า จีนตอนใต้ ลาว กัมพูชา และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการคือความพร้อมของผู้ประกอบการในเขตจังหวัดและเขตประเทศเพื่อนบ้านที่มีแนวเขตชายแดนติดต่อกัน ยังไม่มีความพร้อม และยังไม่มีข้อมูลที่ดีพอในการที่จะรับการสนับสนุนส่งเสริมให้สถาบันนานาชาติเชียงแสนเข้าไปฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยไม่มีข้อมูลว่าสาขาแรงงานที่ขาดแคลนมีอะไรบ้าง ทำให้การทำงานเกิดความล่าช้า เนื่องจากต้องทำการสำรวจความต้องการที่แท้จริงของแต่ละพื้นที่ ว่าต้องการแรงงานสาขาอะไร
กระนั้น ที่ผ่านมาได้สนับสนุนฝีมือแรงงานในหลากหลายสาขาอาชีพ เช่น จักรกลการเกษตร คอมพิวเตอร์เบื้องต้น การค้าการลงทุน โลจิสติกส์ ทางสถาบันพัฒนาฝีมือนานาชาติได้ดำเนินการไปแล้วอย่างไรก็ตามจะต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลในเชิงลึก เพื่อฝึกแรงงานให้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการในพื้นที่
สำหรับในเรื่องการขาดแคลนแรงงานนั้น หากพม่าเปิดประเทศ จะมีนักลงทุนหลั่งไหลเข้าไปลงทุนอย่างแน่นอน หากมีการลงทุนเพิ่มขึ้นในประเทศ การขาดแคลนแรงงานจะเป็นปัญหาตามมาอย่างแน่นอน
ดังนั้นแรงงานพม่าที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย มีโอกาสที่จะกลับไปทำงานในพม่า จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ด้านลาวเองก็ยังขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากบางสาขาอาชีพลาวจะไม่มีความถนัด เช่นเดียวกับไทยเองก็ยังขาดแคลนแรงงานในบางสาขาอาชีพ
ดังนั้นพม่าเองจะเป็นตัวแปรทางด้านแรงงานที่สำคัญ การที่จะถูกดึงตัวให้เข้าไปทำงานและมีโอกาสเลือกได้มากขึ้น และในอนาคตหากพม่าเปิดประเทศอย่างเต็มระบบ คาดว่าการไหลกลับไปทำงานในพม่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน อาจจะส่งผลกระทบการขาดแคลนแรงงานได้
อย่างไรก็ตามกระบวนการเรื่องแรงงานอยู่ที่องค์ประกอบค่าจ้างแรงงาน สวัสดิการ ที่พักอาศัย เป็นสิ่งดึงดูด โดยแรงงานจะมีโอกาสเลือกสิทธิประโยชน์ได้มากขึ้น ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลง
ด้านนายสมศักดิ์ คะวีรัตน์ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า ขณะนี้อ.แม่สอด จ.ตากได้ประกาศให้เป็นเขตเศราฐกิจพิเศษ ดังนั้นการใช้แรงงานขากประเทศเพื่อนบ้านจึงสามารถทำได้อโดยสะดวกมากขึ้น โดยได้รับสิทธิพิเศาให้สามารถจ้างแรงงานจากพม่าที่มีแนวเขตชายแดนติดต่อกันในลักษณะไป-กลับ ได้
แต่ทั้งนี้หากทางพม่าเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบการหลั่งไหลกลับไปทำงานในบ้านเกิดของแรงงานพม่าจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะแรงงานฝีมือประเภทงานออกแบบดีไซด์
โดยเฉพาะงานก่อสร้างระดับหัวหน้างาน เริ่มที่จะกลับไปรับเหมางานเองในพม่า เนื่องจากได้รับการฝึกฝีมือจนสามารถที่จะควบคุมงานก่อสร้างเองได้ ประกอบกับทางพม่าเริ่มที่จะพัฒนาด้านการค้าการลงทุน เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดประเทศอย่างเต้ฒรูปแแบบ
ดังนั้นแรงงานฝีมือประเภทงานก่อสร้างที่กำลังเป็นที่ต้องการ จะผันตัวเองขึ้นเป็นผู้รับเหมาและเดินทางกลับไปทำงานยังฝั่งพม่า พร้อมทั้งหาแรงงานในท้องถิ่น เพื่อช่วยงานก่อสร้าง เป็นการสร้างรายได้กับแรงงานในพื้นที่ และไม่ต้องเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย
อย่างไรก็ตามทางหอการค้าได้ประสานงานกับทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในการที่จะสนับสนุนฝึกทักษะให้กับแรงงาน เพื่อเข้ามาทดแทนแรงงานที่จะเดินทางกลับเข้าไปทำงานในพม่า เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการทดแทนได้ทัน ประกอบกับค่าจ้างแรงงานในประเทศไทยยังมีอัตราที่สูงกว่าในพม่า จึงเป็นจุดดึงดูดให้แรงงานตัดสินใจไม่กลับไปทำงานในพม่า แต่หากพม่ามีการพัฒนาด้านการค้าการลงทุนเศรษฐกิจเริ่มขยายตัวในในทิศทางที่ดีขึ้น ค่าจ้างแรงงานอาจจะใกล้เคียงกับไทยได้เช่นกัน
แนวโน้มจึงอยากผลักดันให้มีสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติ เข้ามาประจำในพื้นที่ เพื่อความสะดวกในการประสานงานและพัฒนาศักยภาพแรงงาน เพิ่มทักษะในการทำงานให้กับกลุ่มแรงงานฝีมือให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น เพื่อจะสามารถรองรับการขยายตัวของการเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ






