วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สทท.ชงปรับโครงสร้างองค์กรท่องเที่ยว

สทท. ชงปรับโครงสร้างองค์กรท่องเที่ยว หวังรมว.ท่องเที่ยวสร้างเชื่อมั่นต่างชาติ ดันรายได้4ล้านล้านปี61

สทท.ชงปรับโครงสร้างองค์กรด้านท่องเที่ยว เพิ่มความคล่องตัว หวัง รมว.ท่องเที่ยวฯ คนใหม่ นำทัพสร้างความเชื่อมั่นต่างชาติ สานเป้าหมายรายได้ 4 ล้านล้านบาท ปี 61

นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศ (สทท.) กล่าวว่า จากการที่ สทท.ตั้งเป้ารายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 4 ล้านล้านบาทในปี 2561 เชื่อว่าจะเป็นไปตามเป้า เนื่องจากมีสัญญาณที่ดีหลายอย่าง รวมถึงที่ผ่านมาท่องเที่ยวมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 20% ต่อเนื่องทุกปี

แต่สิ่งสำคัญของการก้าวสู่เป้าหมาย จะต้องมีการขับเคลื่อนสำคัญจากหลายภาคส่วน โดยสทท.ได้เตรียมผลักดันให้คณะกรรมการชุดใหม่ที่จะมีการเลือกตั้ง 7 ต.ค. นี้ พิจารณา คือ โครงสร้างขององค์กรท่องเที่ยวซึ่งสังกัดหลายหน่วยงาน อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกรมการท่องเที่ยว ที่สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขณะที่สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) และ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) กลับไปสังกัดอยู่ใต้สำนักนายกรัฐมนตรี หากควบรวมภายใต้สังกัดเดียวกันจะทำให้เกิดการบูรณาการการทำงานที่แท้จริงได้หรือไม่

ขณะที่สถานการณ์ท่องเที่ยวปัจจุบัน เห็นว่ามีแนวโน้มที่ดี โดยเฉพาะการให้ความสนใจอย่างจริงจังของนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวคนใหม่ ในการเข้ามาสร้างรากฐานและเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้วยการเยือนประเทศคู่ค้าที่สำคัญในงานเจรราธุรกิจรายการใหญ่ โดยเฉพาะการที่ไปเยือนงาน JATA Tourism Expo ที่ญี่ปุ่น 25 ก.ย.นี้ ซึ่งภาคเอกชนหวังว่าจะสามารถช่วยฟื้นสถานการณ์ตลาดญี่ปุ่นซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ และมีลักษณะเฉพาะตัวในการทำตลาดสูง หลังจากที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการเมืองพอสมควร ซึ่งหากนางกอบกาญจน์ที่เคยมีประสบการณ์ตรงในการทำงานในเชิงธุรกิจร่วมกับญี่ปุ่นมานานได้มีโอกาสไปเยือนในครั้งนี้ เชื่อมั่นว่าจะเป็นโอกาสในการเริ่มจุดประกายสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดต่างชาติในภาพรวมได้แน่นอน

นางปิยะมาน กล่าวว่าส่วนข้อเสนอในการผลักดันเป้าหมายที่หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนท่องเที่ยว 8 มาตรการหลัก อาทิ การจัดทำระบบออนไลน์เพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและเส้นทางแก่นักท่องเที่ยว เพิ่มการบริการจองตั๋วรถไฟและรถโดยสารแบบออนไลน์, การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเพื่อรองรับการท่องเที่ยว, การขอออนไลน์วีซ่าเข้าประเทศ, เพิ่มการออกแบบและติดตั้งระบบตรวจสอบผู้โดยสารล่วงหน้าสำหรับผู้โดยสารที่ไม่ได้มีสัญชาติไทย เพื่อให้สามารถตรวจลงตราวีซ่าที่เคาน์เตอร์สายการบิน และอื่นๆ สทท.คาดหวังว่าจะสามารถนำมาสู่การปฏิบัติได้จริง

ด้านนายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก รองประธาน สทท. กล่าวว่า ตนมีความตั้งใจจะลงสมัครเพื่อเข้าเป็นกรรมการชุดใหม่ และพร้อมจะดำรงตำแหน่งประธาน สทท.หากได้รับความไว้วางใจจากสมาชิก โดยพร้อมจะเข้ามาสานต่อภารกิจกรรมการชุดเดิม เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนา โดยจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ปี 2558 ซึ่งโดยส่วนตัวยืนยันพร้อมจะสานต่อเป้าหมายรายได้ 4 ล้านล้านบาทต่อไป