พบแล้ว! 4นักแสวงบุญหลงป่าเขตอุทยานฯภูผายล เผยหลงเส้นทางเนื่องจากเป็นป่ารกทึบ ใช้น้ำเหลือค่อนขวดประทังชีวิต4คน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 กันยายน ภายหลัง นายพิเชษฐ สุขสบาย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผายล ต.จันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย จ.สกลนคร ได้รับแจ้งจากจากญาติโทรมาขอความช่วยเหลือ ว่าเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2557 มีญาติของตัวเองและเพื่อนนักแสวงบุญ รวมจำนวน 4 คน จากจังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดเลย เป็นผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 3 คน อายุระหว่าง 40-60 ปี และข้าราชการบำนาญ 1คน ยังไม่ทราบชื่อนามสกุล ได้เดินทางไปทำบุญที่สำนักสงฆ์ภูด่านขาม เขตตำบลหลุบเลา อ.ภูพาน จ.สกลนคร
จากนั้นมีการเดินทางด้วยเท้าตามเส้นทางเข้าไปในป่าอีก 5 กิโลเมตร เพื่อไปยังสำนักสงฆ์ภูเพาะบรรพต เขตตำบล กกปลาซิว อ.ภูพาน จ.สกลนคร ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผายล ซึ่งอยู่บนยอดเขาเมื่อทำบุญเสร็จแล้ว ระหว่างเดินทางกลับลงมาจากยอดเขา เกิดพลัดหลงเข้าในในเขตป่าลึกอุทยานแห่งชาติภูผายล เทือกเขาภูพาน ซึ่งมีพื้นที่ 517,650 ไร่ โดยไม่สามารถออกมาจากป่าได้ มีสภาพอิดโรยและเริ่มหมดแรงหิวน้ำและอาหาร
ภายหลังรับแจ้ง นายพิเชษฐ สุขสบาย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผายล ได้รีบเร่งสั่งกำลัง จนท.อุทยานแห่งชาติภูผายล ประสานขอกำลัง ทหาร ตำรวจ สภ.ภูพาน ชาวบ้านที่ชำนาญทางในพื้นที่ รวมกว่า 100คน นำกำลังพร้อมอุปกรณ์ค้นหา เดินทางเข้าไปยังเป้าหมายโดยไปสอบถามพระสงฆ์ ที่สำนักสงฆ์ภูเพาะบรรพต โดยจากการสอบถามพระสงฆ์วัดภูเพาะ พบว่านักแสวงบุญที่มาปฏิบัติธรรม ได้ออกเดินทางลงเขาออกจากสำนักสงฆ์ เวลาประมาณ 16.00 น. ของเมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังออกเป็น 4ชุด เพื่อค้นหาทั่วบริเวณ โดยรอบในพื้นที่ กว่า 30 ตารางกิโลเมตร โดย
ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.เจ้าหน้าที่ได้นำหมายเลขโทรศัพท์ 1 ในนักแสวงบุญ ที่ติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านญาติ นำมาพยายามติดต่อจนสามารถติดต่อได้ และพยายามสอบถามจุดสังเกตุ ในป่า จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ให้สัญญาณด้วยการยิงปืน และพยายามเดินหากัน หากได้ยินเสียงปืนเจ้าหน้าที่ใกล้เข้ามา ให้หยุดอยู่กับที่และนั่งรวมตัวกันไว้ กระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถพบเจอตัวผู้พลัดหลงทั้ง 4 คน กลางป่า ซึ่งอยู่ห่างจากเส้นทางหลักไปทางทิศตะวันออกจากวัดป่าภูเพาะบรรพตประมาณ 5 กิโลเมตร โดยแต่ละคนนำใบไม้มานั่งรองรวมกลุ่มกันในสภาพอิดโรย เจ้าหน้าที่จึงนำอาหารและน้ำดื่มส่งให้ เนื่องจากติดอยู่ในป่าเป็นเวลา 1 คืน และ อีก 1 วัน
ทราบชื่อคือ นางสาวสถิตย์ สายแก้ว อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 219/29 ม.5 ต.หนองโค๊ก อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลราษีไศล 2.นางบุญสถิตย์ นามวงศ์ อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1586/16 ถ.รอบเมืองธาตุ ต.เมืองใต้ อ.เมือง จ.ศีรสะเกษ 3.นายบุญเลิศ นามวงศ์ อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1586/16 ถ.รอบเมืองธาตุ ต.เมืองใต้ อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ 4.นางอุไรลักษณ์ (ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 41 ปี เป็นเภสัชกรประจำโรงพยาบาลจังหวัดเลย
นางสาวสถิตย์ สายแก้ว เปิดเผยว่า ภายหลังพวกตนได้เดินทางมาแสงวบุญเพื่อกราบพระสงฆ์ที่เคารพนับถือ จุดแรกเดินทางด้วยรถยนต์ ไปยังวัดภูด่านขาม เขตตำบลหลุบเลา อ.ภูพาน จากนั้นเดินป่าด้วยเท้าเปล่า ขึ้นเขาไปวัดป่าภูเพาะบรรพต เขตตำบลกกปลาซิว อ.ภูพาน มีระยะทางห่างกัน6 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที โดยคุณตา บุญเลิศ นามวงศ์ อายุ 68 ปี เป็นคนนำทาง ภายหลังกราบพระสงฆ์และนั่งปฏิบัติธรรมจนกระทั่งเวลา 16.00 น.ของเมื่อวานนี้ จึงกราบลาและเดินทางกลับเส้นทางเดิม แต่ด้วยช่วงเวลาพลบค่ำ ประกอบกับเป็นป่ารกทึบจึงทำให้หลงเส้นทางออกจากเส้นทางหลัก เข้าไปยังป่าลึกหาทางออกไม่ได้ กระทั่งรู้ตัวกันแล้วว่าหลงทาง จึงตัดสินใจหยุดอยู่กับที่ และพยามติดต่อโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ แต่ก็ยังไม่ได้ เนื่องจากไม่มีสัญญาณ กระทั่งค่ำลง ต่างคนต่างตั้งสติและนั่งหันหลังให้กันทั้ง 4 คนเพื่อป้องกันสัตว์ป่ามาทำร้าย
เนื่องจากไม่ได้มีอะไรติดตัวไปนอกเหนือจากน้ำ ขวดเดียวที่ต้องใช้ประทังชีวิติ 4 คน ตลอดทั้งคืน โดยมีการสวดมนต์ และตกลงกันว่ารุ่งเช้าจะหาเส้นทางเดินทางออกจากป่า เพราะคุณตา คุณตา บุญเลิศ นามวงศ์ อายุ 68 ปี มั่นใจว่ามีความชำนาญเส้นทาง เพราะเคยเดินป่ามาแล้วถึง 4 ครั้ง
น.ส.สถิตย์ กล่าวต่อว่า พอรุ่งเช้าวันนี้ ทุกคนตัดสินใจเดินทางต่อเพื่อหาเส้นทางออกจากป่า แต่ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงก็ไม่สามารถหาเส้นทางออกจากป่าได้ จึงเปลี่ยนจากการเดินหาเส้นทางออกจากป่า เป็นหาสัญญาณโทรศัพท์แทน เพราะทุกคนหมดแรงที่จะเดินทางได้อีก เพื่อขอความช่วยเหลือกระทั่ง ไปถึงจุดที่มีสัญญาณโทรศัพท์ แต่สัญญาณอ่อน ระหว่างโทรพูดคุยติดต่อ ขาดหาย จึงได้ส่งข้อความทางโทรศัพท์ ไปให้บุตรชายบุญเลิศ นามวงศ์ อายุ 68 ปี และหลายๆคนที่มีรายชื่อในเบอร์โทรศัพท์ กระทั่งบุตรชาย รับข้อความและทำการโทรไปขอความช่วยเหลือกับ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผายล จนมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปค้นหาพวกตน และเจ้าหน้าที่สามารถติดต่อพวกตนได้
โดยเจ้าหน้าที่มีการประสานงานและการปฏิบัติตัวตลอดระยะเวลา ให้ฟังเสียงปืนจากเจ้าหน้าที่เป็นระยะๆ กระทั่งเวลา 15.00 น.เจ้าหน้าที่มาพบตัวกลุ่มตน และพาเดินทางกลับเส้นทางหลักมายังวัดป่าภูเพาะบรรพตแล้วเดินลงจากเขา โดยแต่ละคนปลอดภัยดีมีเพียงสภาพอิดโรยจากการขาดน้ำและอาหาร แต่สภาพจิตใจยังดีและเข้มแข็ง
น.ส.สถิตย์ กล่าวต่อว่า ต้องกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่เข้าทำการช่วยเหลือพวกตนได้รวดเร็วมากเพราะ ตอนที่ยังติดต่อใครระหว่างติดอยู่ในป่าไม่ได้เริ่มรู้สึกท้อเพราะหมดแรงแล้ว จนตนเองต้องเขียนชื่อนามสกุล เลขที่บัตรประชาชน และงานต่างๆ เหมือนทำพินัยกรรม ใส่ใบไม้ กำใส่มือไว้แน่น เป็นสิ่งสุดท้ายที่อยากจะบอกให้ญาติพี่น้องหากไม่ได้กลับออกไป ซึ่งยอมรับเจ้าหน้าที่ทุกคนตั้งใจอย่างสุดกำลังอย่างไม่ย้อท้อ ซึ่งหลังจากนี้ไปตจะทำหนังสือขอบคุณถึงหน่วยงาน ด้วยความขอบคุณเป็นอย่างมากที่ช่วยกันช่วยเหลือพวกตนออกจากป่าแห่งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่นักแสวงบุญทั้ง 4 มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มดีใจที่รอดตายอย่างปฏิหาร โดยมีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เข้าให้การช่วยเหลืออย่างกันเอง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมทั้งน้ำ นม อาหารกล่อง เป็นข้าวกระเพรา ผัดซีอิ้ว และข้าวผัดให้นักแสวงบุญทั้งหมดได้รับประทาน
โดยทั้งหมดกินอย่างเอร็ดอร่อยและทานไปพร้อมๆกับเหล่าเจ้าหน้าที่ทุกๆคน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำนักแสวงบุญทั้ง 4 คนไปส่งที่สำนักสงฆ์ภูด่านขาม เขตตำบลหลุบเลา อ.ภูพาน จ.สกลนคร ซึ่งเป็นจุดที่นักแสวงบุญจอดรถไว้ก่อนจะเดินเท้าและหลงป่าในเวลาต่อมาเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยมีญาติๆมารอรับกลับบ้าน









