เผยแม่วัยรุ่นไทยกว่า1หมื่นคน คลอดลูกซ้ำทั้งที่อายุยังน้อย เสี่ยงซ้ำรอยตั้งครรภ์ไม่พร้อม
น.ส.ณัฐยา บุญภักดี คณะทำงานเรื่องการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (United Nations Population Fund - UNFPA) ประจำประเทศไทย กล่าวในงานประชุมระดับชาติเรื่องสุขภาวะทางเพศ ครั้งที่ 1 เรื่อง การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ที่อิมแพค เมืองทองธานี ว่า ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เป็นปัญหาคู่สังคมไทย โดยเฉพาะเมื่อวัยรุ่นตั้งท้องจะถูกละทิ้ง และถูกปล่อยให้รับปัญหาเพียงผู้เดียว ทั้งๆที่พวกเขาส่วนใหญ่ยังขาดวุฒิภาวะ ที่น่าห่วงคือ ข้อมูลปี 2555 จากรายงานแม่วัยใส ที่มีการสำรวจข้อมูลการคลอดในโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ โดยกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พบว่า แม่วัยรุ่นที่คลอดลูกจำนวน 130,000 คน พบว่า มีถึง15,000 คนคลอดลูกซ้ำ โดยเคยคลอดลูกมามากกว่า 1 ครั้ง ทั้งๆที่อายุยังน้อยอยู่ระหว่าง 15-19 ปี ที่สำคัญ ในจำนวนดังกล่าวมี 880 คนคลอดลูกซ้ำเป็นท้องที่ 3
"หากวิเคราะห์ลงไปอีกจะพบว่า ทุก 1 ชั่วโมงมีวัยรุ่นคลอดซ้ำ 1 คน หรือทุก 2 วัน มีเด็กคลอดซ้ำ 1 คน หรือเฉลี่ยแม่วัยรุ่นทุก 9 คน คลอดซ้ำ 1 คน โดยปัญหาเหล่านี้ถูกละเลยมานาน คนส่วนใหญ่มองว่าเด็กที่เกิดมา กับแม่วัยรุ่นเป็นปัญหา แต่ไม่เคยมองว่า หากเราไม่มีมาตรการช่วยเหลือ หรือให้ความรู้อย่างถูกต้องจะยิ่งเพิ่มพูนปัญหา เพราะแม่วัยรุ่นไม่มีความรู้ในการเลี้ยงดูลูก ไม่รู้จะสอนลูกในเรื่องเพศศึกษาอย่างไร ขณะที่สภาพแวดล้อมก็ยังไม่พร้อม ทั้งฐานะทางการเงิน ความสัมพันธ์ในครอบครัว ทั้งหมดเป็นจุดอ่อนที่จะทำให้เด็กที่คลอดออกมากลายเป็นกลุ่มเปราะบาง ที่สุ่มเสี่ยงเกิดปัญหาในอนาคต ทั้งนี้ ในประเทศอังกฤษพบว่า เด็กที่คลอดจากแม่วัยรุ่นมีโอกาสมีปัญหาในสังคม ทั้งก่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม มีปัญหายาเสพติด มีภาวะอารมณ์ไม่คงที่ และในผู้หญิงมีแนวโน้มตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ไม่แตกต่างจากแม่วัยใสเลย" น.ส.ณัฐยา กล่าว
น.ส.ณัฐยา กล่าวอีกว่า การจะทำให้ไม่เกิดปัญหาซ้ำรอยเดิม และป้องกันไม่ให้ตัวเลขแม่วัยรุ่นเพิ่มสูงขึ้น ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ต้องให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาอย่างเหมาะสม และเข้าถึงวัยรุ่นจริงๆ ไม่ใช่ปล่อยให้พวกเขาต้องไปเรียนรู้ผ่านอินเตอร์เน็ตอย่างเดียว และต้องรู้เท่าทันโลกด้วย ไม่ใช่อิงความรู้เก่าๆ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ต้องมีมาตรการเชิงรุกในการดูแลสวัสดิการเด็กที่คลอดจากแม่วัยรุ่น รวมทั้งแม่วัยรุ่นก็ต้องได้รับการดูแล และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ต้องมีความพร้อมในเรื่องอุปกรณ์ในการป้องกันโรคจากเพศสัมพันธ์ และการตั้งครรภ์ และต้องทำให้วัยรุ่นเข้าถึงอุปกรณ์ดังกล่าวด้วย โดยทั้งหมดหากมีการบูรณาการร่วมกันจะทำให้การขับเคลื่อนแก้ปัญหาเดินหน้าได้
" ต้องมีกฎหมายบังคับใช้ โดยที่ผ่านมากรมอนามัย สธ.เคยเสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ พ.ศ... เสนอเพื่อแก้ปัญหาภาพรวม แต่คณะกรรมการกฤษฎีกาตีกลับ กรมอนามัยจึงนำกลับมาทบทวนอีกครั้ง โดยทราบมาว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการระดมความคิดเห็นเพิ่มเติมก่อนจะเสนอต่อรัฐบาลใหม่ต่อไป เนื้อหาหลักของร่างพ.ร.บ.นี้จะเน้นให้สิทธิแก่ทุกคนในการป้องกันตนจากภาวะท้องไม่พร้อม และยังให้สิทธิในการคุมกำเนิดได้โดยไม่ต้องขออนุญาตผู้ปกครอง ซึ่งในต่างประเทศให้ความสำคัญเรื่องนี้ เพราะถือเป็นสิทธิพึงมี โดยอาจกำหนดอายุ 18 ปี เป็นต้น อย่างในต่างประเทศ เช่น อังกฤษและสหรัฐ มีกฎหมายให้เด็กอายุ16 ปีรับบริการได้โดยไม่ต้องขอผู้ปกครอง " น.ส.ณัฐยา กล่าว






