วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อุตฯยางเร่งเงินกู้1.5หมื่นล้าน

"อุตสาหกรรมยาง" จี้รัฐอนุมัติเงินกู้เพิ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ 1.5 หมื่นล้าน ตั้งเป้าเพิ่มแปรรูปสัดส่วน20%

นายชโย ตรังอดิศัยกุล เลขาธิการ กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่ผ่านมาในส่วนของกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง ได้เสนอให้เร่งรัดมาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจำนวน 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุนขยายกำลังการผลิตแปรรูปผลิตภัณฑ์ยาง เพื่อขยายกำลังซื้อยางพาราภายในประเทศ ซึ่งได้ผ่านมาอนุมัติจากรัฐบาลที่ผ่านมา โดยได้สั่งการให้ธนาคารออมสินไปพิจารณาในรายละเอียด และจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารออมสินต่อไป

นอกจากนี้ยังเสนอให้ภาครัฐจัดตั้งศูนย์วิจัย พัฒนา ตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และสนามทดสอบมูลค่า 400 ล้านบาท เนื่องจากในปัจจุบันสินค้าผลิตภัณฑ์ยางของไทยถูกกีดกันจากมาตรฐานต่างๆมาก จึงต้องมีหน่วยงานตรวจสอบและให้ใบรับรองมาตรฐานในอุตสาหกรรมยาง ที่สามารถใช้ได้ทั่วโลก โดยเฉพาะยางล้อรถยนต์เพราะว่ามีสัดส่วนสูงสุด 65-70% ของผลิตภัณฑ์ยางทั้งหมด

ขณะนี้มีหน่วยงานตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยางอยู่ 2 แห่ง คือ สถาบันยานยนต์ และศูนย์วิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยางไทย มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเห็นว่าควรจะมอบหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยางให้อยู่ในความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยมหิดล เพราะว่ามีการวิจัย และพัฒนารวมอยู่ด้วย เพื่อรองรับมาตรฐานยางล้อใหม่ของสหรัฐฯและยุโรป

ทั้งนี้ในปัจจุบันไทยผลิตยางพาราได้ประมาณ 4 ล้านตัน ในจำนวนนี้นำไปแปรรูปเพียง 13% ที่เหลือส่งออกในรูปวัตถุดิบ ซึ่งทำให้สูญเสียโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง ได้มีเป้าหมายว่าภายในปี 2560 จะเพิ่มสัดส่วนการแปรรูปยางเป็น 20% ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าส่งออกยางจากปัจจุบัน 2.5 แสนล้านบาท เพิ่มเป็นเกือบ 4 แสนล้านบาท หากรัฐได้ให้การสนับสนุนเงินกู้ 1.5 หมื่นล้านบาท และตั้งศูนย์วิจัยพัฒนาและทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยาง

“ขณะนี้ความต้องการยางตลาดโลกมี 12 ล้านตันต่อปี ปริมาณผลิตก็อยู่ที่ 12 ล้านตันต่อปี ซึ่งในฐานะที่ไทยเป็นผู้ผลิตยางพาราอันดับ 1 ของโลก หากลดปริมาณส่งออกให้ต่ำกว่าตลาดโลกเพียงนิดเดียว ก็จะสร้างความแตกตื่นเพิ่มราคายางได้มาก” นายชโย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า มีความเสี่ยงที่ราคายางตลาดโลกจะตกต่ำ เนื่องจากไทยจะเพิ่มผลผลิตจาก 4 ล้านตันต่อปี เป็น 5 ล้านตันต่อปี และอินโดนีเซียก็กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต คาดว่าจะมีปริมาณเพิ่มจาก 3 ล้านตัน เป็น 6 ล้านตันต่อปี รวมทั้งยังมียางพาราจากประเทศอื่นๆที่ได้เพิ่มกำลังการผลิต จะทำให้ปริมาณผลผลิตเกินความต้องการของตลาดอยู่มาก และจะฉุดให้ราคายางพาราต่ำกว่าราคาในปัจจุบันที่ 50 บาทต่อกก.