วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จ่อเรียกพ่อแม่'เด็กแว๊น'ลงMOUเพิกเฉยเจอคดี

"นครบาล"จ่อเรียกพ่อแม่ผู้ปกครอง "เด็กแว๊น" หลังเคยถูกจับ ย้อนหลัง3ปี ลงนามร่วมมือดูแล เพิกเฉยดำเนินคดีด้วย

พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น.รับผิดชอบงานด้านการจราจร กล่าวว่า คณะทำงานพัฒนาแก้ไขปัญหาจราจรกองบัญชาากรตำรวจนครบาลกำหนดมาตรการคุมเข้มปราบเด็กแว๊นซ์แข่งรถซิ่งในทางสาธารณะโดยให้กองบังคับการตำรวจจราจรและบก.น.1-9 ขึ้นบัญชีรายชื่อเด็กแว้นซ์ที่เคยถูกจับกุมก่อนหน้านี้ย้อนหลังในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาว่ามีใครบ้าง

จากนั้นจะเชิญพ่อแม่ผู้ปกครองผู้ที่เคยถูกจับกุมมาลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU)ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการควบคุมดูแลบุตรหลานไม่ให้ออกมารวมตัวแข่งรถซิ่งในทางสาธารณะสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้อื่นอีกต่อไปหากพ่อแม่ผู้ปกครองยังเพิกเฉยละเลยไม่ตักเตือนดูแลบุตรหลานของตนเองปล่อยให้ออกมาทำอีกก็จะถูกดำเนินคดีด้วยโทษฐานให้การสนับสนุน

รองผบช.น.กล่าวต่อว่า ตำรวจจำเป็นต้องงัดกฎเหล็กออกมาใช้ปราบปรามปัญหาเด็กแว๊นซ์ซิ่งแข่งรถอย่างเด็ดขาดโดยขอความร่วมมือจากพ่อแม่ผู้ปกครองให้ช่วยกันแก้ไขปัญหาเช่นเดียวกับการเชิญชวนภาคประชาชนไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ตลาดและโรงเรียนเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาจราจรตามที่มีการลงนามบันทึกข้อตกลงในภาคส่วนต่างๆ ที่ผ่านมานับเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งในโครงการพัฒนาแก้ไขปัญหาการจราจรเร่งด่วน 16 โครงการของบช.น.ที่แก้ปัญหาอย่างถูกจุดเป็นระบบลำพังจะอาศัยกำลังตำรวจจราจรในการแก้ไขปัญหารถติดในกทม.ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่อย่างเดียวคงไม่ได้ต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วนขับเคลื่อนเดินหน้าไปพร้อมๆกัน

"ที่ผ่านมาตำรวจมีปัญหาเรื่องการจับกุมเพราะกำลังจราจรเรามีน้อยแค่ 10 นายขณะที่เด็กแว๊นซ์มีมากถึง 100 คันบางจุดมี 200 คันทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติแม้จะระดมกำลังจากบก.จร.และสน.ท้องที่ต่างๆ มาช่วยก็ตามถ้ามีกำลังตำรวจ 20-30 นายคงทำอะไรไม่ได้การจับกุมต้องวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อไม่ไห้เกิดอันตรายทั้งผู้ที่จับกุมและผู้ที่ถูกจับด้วยจึงจำเป็นต้องหาทางออกด้วยการบังคับใช้กฎหมายกับพ่อแม่ผู้ปกครองอย่างเข้มข้นเด็ดขาดในการขึ้นบัญชีดำกับผู้ที่กระกระทำความผิดซ้ำซากต้องถูกลงโทษและจะมีการเสนอปรับเพิ่มอัตราโทษด้วยให้หนักขึ้นด้วย" รองผบช.น.กล่าว

พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารองผบช.น.ดูแลงานจราจรไม่นิ่งนอนใจในเรื่องนี้สั่งการตำรวจนครบาลดำเนินการกวดขันปราบปรามจับกุมอย่างจริงจังภายหลังได้รับร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่องแต่เมื่อตำรวจลงพื้นที่ไม่พบด็กแว๊นซ์ออกมาเพ่นพล่านในจุดเป้าหมายเนื่องจากรู้ว่าตำรวจกวดขันได้หลบเลี่ยงไปรวมตัวยังพื้นที่อื่นโดยเฉพาะรอยต่อกทม.ปริมณฑลและนอกจากการปราบปรามจับกุมเด็กแว๊นซ์อย่างเข้มงวดแล้วกองบัญชาการตำรวจนครบาลกำหนดมาตรการเข้มจัดการกับร้านแต่งรถร้านทำท่อไอเสียและร้านขายอะไหล่รถขนาดใหญ่ทั่วกทม.โดยขึ้นบัญชีรายชื่อร้านค้าที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องแล้ว 200 ร้านและพบไม่ขึ้นทะเบียนกว่า 100 ร้าน

ขณะนี้มีรายชื่อหมดแล้วซึ่งจะเรียกเจ้าของร้านผู้ประกอบการมาชี้แจงทำความเข้าใจว่าจะไม่ขายอุปกรณ์แต่งรถซิ่งให้เด็กแว๊นซ์เหล่านี้แต่หากมีการขายก็ต้องทำบันทึกว่าขายให้กับใครชื่ออะไรที่ไหนอย่างไรทุกครั้งไปโดยส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบหากพบว่าเด็กแว๊นซ์ที่ถูกจับกุมมีการซื้อขายอะไหล่ของแต่งรถจากร้านไหนร้านนั้นจะถูกดำเนินคดีด้วย