วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐเซ็นขายยาง2.1แสนตันพรุ่งนี้

รัฐเตรียมลงนามสัญญาขายสต็อกยาง2.1แสนตันพรุ่งนี้ กรมวิชาการ ระบุเป็นช่วงเวลาที่ดี เชื่อดันราคายางในตลาดสูงขึ้น

นายดำรงค์ จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า วันนี้( 26 ส.ค.) พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีการหารือคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติกํากับดูแลในการรักษาเสถียรภาพราคายางพารา เพื่อรวบรวมความคิดเห็นและแนวโน้มการระบายยางในสต็อกรัฐบาล 2.1 แสนตัน ที่รับซื้อไว้ราคาเฉลี่ย 104 บาทต่อกิโลกรัม หลังมีผู้เสนอราคาซื้อเข้ามากว่า 10 ราย แต่มีผู้ซื้อรายเดียวที่ให้ราคาสูงกว่าราคากลาง

ดังนั้นการขายยางในสต็อกรัฐบาลครั้งนี้ คาดว่าจะส่งผลให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้น ที่ผ่านมา หลายฝ่ายมองว่ายางสต็อกของไทยเป็นปัญหา ทำให้ราคายางพาราตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น

"ในการเสนอราคาซื้อยางสต็อกรัฐบาลมีผู้สนใจ 10 ราย เป็นผู้ส่งออก 5 รายใหญ่ แต่เสนอราคาเพียงกิโลกรัมละ 38-42 บาทถือต่ำมาก แบบนี้ถือว่าปล้นกันชัดๆ ไม่แฟร์กับชาวสวนยาง และรัฐบาล”นายดำรงค์ กล่าว

เชื่อส่งผลดีราคาปรับเพิ่มขึ้น

สำหรับสต็อกยางในไทยขณะนี้ จากการที่กรมวิชาการเกษตรได้สำรวจมีประมาณ 3 แสนตัน ถือว่าน้อยมาก ใช้ในประเทศเดือนละ 5 หมื่นตัน ส่งออกปกติต่อเดือน 3 แสนตัน สต็อกที่มีอยู่ขณะนี้จึงไม่เพียงพอกับความต้องการ ดังนั้นเชื่อว่าเดือนก.ย.นี้ ผู้ส่งออกจะไม่มียางเพื่อส่งมอบ จะส่งผลให้ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม จะเสนอคสช.ให้เพิ่มเงื่อนไขการขายยางสต็อกรัฐบาล ที่เหลืออีก 1แสนตัน ขณะนี้มีผู้สนใจเสนอซื้อมา2-3 ราย โดยจะปรับวิธีการขายใหม่ ให้รายละ 3 หมื่นตัน ภายใต้เงื่อนไข ที่ผู้ซื้อต้องซื้อยางใหม่ต้องเพิ่ม 2 หมื่นตัน ในราคาเอฟโอบีบวก 5 บาท

คาดเซ็นสัญญาขายได้พรุ่งนี้

นายชนะชัย เปล่งศิริวัธน์ ผู้อำนวยการองค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) กล่าวว่าวันนี้(26ส.ค.)จะเจรจาเงื่อนไขสัญญาซื้อขายยางในสต็อกรัฐบาล กับผู้เสนอซื้อในราคากิโลกรัมละ 58 บาท สำหรับยางแท่ง ส่วนยางรมควันราคา 62 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นผู้ที่เสนอราคาสูงสุด จากจำนวนผู้สนใจซื้อทั้ง 10 ราย หากตกลงเงื่อนไขสัญญาได้จะเซ็นสัญญาซื้อขายวันที่ 27 ส.ค. นี้ จากนั้นเมื่อผู้ซื้อจ่ายเงินก็สามารถขนย้ายยางพาราไปได้ ต้องแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน เพื่อไม่ให้เกิดภาระค่าบริหารจัดการ ทั้งค่าประกันภัย ค่าโกดังเก็บยางที่อ.ส.ย. ต้องรับผิดชอบอยู่ หากขนย้ายไม่หมดใน 3 เดือนค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการผู้ซื้อต้องรับผิดชอบ

ทั้งนี้การขายยางช่วงนี้ถือว่าเหมาะสม ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพราะราคายางอ่อนไหว ขึ้นลงตามปัจจัยภายนอก ขณะนี้สต็อกยางในไทยถือว่ามีน้อยที่สุดในรอบ 10 ปี นอกจากนี้สต็อกยางในจีนก็มีน้อย ส่วนใหญ่สต๊อกยางของจีนเป็นสต็อกลม มีการซื้อขายในตลาดล่วงหน้า

"อุทัย"ต้านยื่นหนังสือระงับขายวันนี้

ด้านนายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานชุมนุมสหกรณ์การเกษตรอุตสาหกรรมยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้(26ส.ค.) จะเข้าพบพลเอกฉัตรชัย เพื่อแจ้งให้ระงับการขายยาง 2.1แสนตัน เนื่องจากสหกรณ์ฯได้ยื่นต่อศาลปกครองและรับฟ้องไว้แล้ว การแก้ไขหาสต็อกยาง ควรบริหารจัดการตามนโยบายที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงไว้เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่าจะมีคำสั่งให้ทุกภาคส่วนนำยางมาแปรรูปเพื่อใช้เองในประเทศ เช่น นำยางพารามาผสมยางมะตอยทำถนนลาดยาง

นอกจากนี้ รัฐควรมีการตรวจสอบปริมาณยางในสต็อกของโครงการเสถียรภาพราคายางของรัฐบาลทั้งปริมาณและคุณภาพยางในสต็อก ต้องการให้ภาครัฐเข้ามา ช่วยเหลือปัจจัยการผลิต 2,520 บาทต่อไร่ ไม่เกินรายละ 25 ไร่ อีกหนึ่งฤดูกาลผลิต

แนะปฎิรูปโครงสร้างตลาดยาง

สำหรับมาตรการช่วยเหลือระยะกลาง ภาครัฐควรปฏิรูปโครงสร้างตลาดกลางยางพารา ให้เป็นเอกภาพและเป็นที่ยอมรับ เป็นราคาอ้างอิงของตลาดซื้อขายยางพาราในอาเซียนและตลาดโลก แทนการอ้างอิงของตลาดซื้อขายล่วงหน้าจากประเทศอื่นๆ หาแนวทางในการแก้ปัญหาราคายาง ให้เกษตรกรสามารถดำรงชีพอยู่ได้ ให้เกษตรกรชาวสวนยางมีส่วนร่วมในการทำผลิตภัณฑ์ยางโดยให้รัฐสนับสนุนด้านเงินทุนและด้านตลาด ต้องมีเป้าหมายคือ ประกาศราคายางยางของอาเซียนเป็นราคาอ้างอิงในการซื้อขายยางของตลาดโลก รักษาเสถียรภาพราคายาง โดยจัดตั้ง กองทุนสามารถเก็บสต็อกยางของอาเซียนให้ได้ 1 ล้านตัน

ทั้งนี้เกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศ 63 จังหวัดจึงยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงพลเอกประยุทธ์ รับทราบและแก้ปัญหายางพาราตกต่ำโดยด่วน วันนี้(26 ส.ค.)