วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บิ๊กกรมคุมโรค'วอนสื่อ'ความลับ'ผู้ป่วยเป็นเรื่องสำคัญ

"นพ.โอภาส" รองอธิบดีกรมควบคุมโรค วอนสื่อ"ความลับ"ผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญ ปมตรวจหญิงวัย48ปีหาอีโบลา เจ้าตัวเครียด

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการติดตามอาการหญิงวัย 48 ปี พบว่า อาการทั่วไปยังดี ไม่มีไข้ โดยวัดไข้ทุก 4 ชั่วโมง และพบว่าไม่มีไข้ เบื้องต้น ผลการตรวจ​เกร็ดเลือดพบว่า หญิงรายนี้มีเกร็ดเลือด อยู่ที่ปริมาณ 190,000 ลูกบาศมิลลิเมตร ส่วนผู้ที่ติดเชื้ออีโบล่าจะมีปริมาณเกร็ดเลือดอยู่ที่ต่ำกว่า 150,000 ลูกบาศมิลลิเมตร จะถือเป็นผู้ต้องสงสัย ต้องตรวจเชื้อให้ชัดเจนว่าเป็นอีโบล่าหรือไม่

ส่วนผลตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการเบื้องต้น เป็นลบ ทั้งนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญ​ฯ จะประชุมเพื่อพิจารณา​ข้อมูลทางคลินิกอีกครั้ง ยังไม่สามารถตอบได้ว่า จะให้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อใด

นพ.โอภาส กล่าวว่า สำหรับผู้ใกล้ชิดจำนวน 13 ราย ได้มีรายชื่อทุกคนและติดตามอาการทุกวัน เบื้องต้นทั้ง 13 คน อาการปกติ ​โดยสรุปภาพรวม ผู้หญิงไทยรายดังกล่าว ยังไม่เข้าข่ายแม้กระทั่งสงสัย แต่จะมีการใช้มาตรการควบคุมโรคอย่างเต็มที่ สิ่งที่เป็นห่วงที่สุดคือ สภาพจิตใจ ของหญิงไทยรายนี้ เพราะขณะนี้เกิดความเครียดมาก เพราะเป็นห่วงครอบครัว เนื่องจากมีบางสื่อมีการรายงานละเอียดไปถึงบ้านของหญิงรายนี้ อยากขอความร่วมมือกับสื่อว่า ความลับของผู้ป่วยเป็นสิ่งที่สำคัญ ในกรณีการรายงานข่าวลักษณะนี้จะทำให้เกิดผลกระทบชัด ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด

สำหรับอาการเด่นของอีโบล่า คือ อาเจียน ท้องเสีย ในระยะแรก เมื่อเกร็ดเลือดเริ่มต่ำ ถึงจะอาเจียนเป็นเลือด แต่อาการเด่นที่สุด คือ มีไข้ เมื่อเริ่มมีไข้อาการจะรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งในภาวะวิกฤตที่เกร็ดเลือดต่ำ จะเสียชีวิตใน 2-7 วัน หากผ่านช่วงวิกฤตไปได้ก็จะเริ่มสร้างภูมิคุ้มกัน ส่วนผื่นไม่ใช่อาการเด่น สำหรับยาซีแมป ที่สามารถรักษาแพทย์และพยาบาลชาวสหรัฐได้แล้วนั้น ยังถือว่ามีอัตราการรักษาต่ำ ทางการแพทย์ยังไม่ถือว่าสำเร็จ แต่การรักษาโรคอีโบล่า จะต้องรักษาตามอาการเช่น ให้เกร็ดเลือด สารน้ำเกลือ หากการแพทย์พื้นฐานดี ก็มีโอภาสรักษาหายได้

นพ.โอภาส กล่าวว่า สำหรับข้อกังวลต่างๆ ที่มีการรายงานข่าวทั่วโลก ว่า พบผู้ป่วยอีโบล่า ในประเทศต่างๆ เช่น อินเดีย เยอรมัน เวียดนาม พม่า ประมาณ 60-70 เหตุการณ์ จากการตรวจสอบ ไม่พบว่ามีการติดเชื้ออีโบล่าแต่อย่างใด สำหรับประเทศไทยก็เช่นกัน ทั้งนี้ ปัจจุบันองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แบ่งสถานการณ์เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มประเทศระบาด 3 ประเทศ 1 เมือง กลุ่มประเทศรอบๆการระบาด เช่น ไอเวอร์รี่โคด และประเทศที่มีผู้ป่วยเดินทางผ่านเข้าออก และ กลุ่มประเทศความเสี่ยงต่ำ โดยประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มนี้ ซึ่ง WHO ให้คำแนะนำการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว