อธิบดีฯศาลเด็กฯห่วงร่างกฎหมายอุ้มบุญ ละเลยธรรมชาติความสัมพันธ์แม่-ลูก เน้นข้อกฎหมายการแพทย์เกินไป
นายสุภัทร อยู่ถนอม อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง กล่าวถึงกรณีการผลักดันร่างพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ......หรือ พ.ร.บ.อุ้มบุญ เข้าสู่การพิจารณาของ สนช. ว่าตนขอตั้งข้อสังเกตการออกกฎหมายฉบับนี้ ไม่ควรคำนึงเพียงข้อกฎหมายหรือเทคนิคทางการแพทย์เท่านั้น แต่อยากให้คำนึงถึงธรรมชาติความเป็นแม่-ลูกกันระหว่างหญิงที่ตั้งครรภ์กับเด็กซึ่งมีความผูกพันทางสายโลหิตที่อุ้มท้องนานถึง 9 เดือนซึ่งต้องมีพัฒนาการด้านจิตใจของแม่-ลูก หญิงที่ตั้งครรภ์ก็มีความลำบากและมีความรักเป็นพัฒนาการที่ไม่มีเงื่อนไข มารดาที่ตั้งครรภ์มักจะเฝ้าถนอมเลี้ยงดูลูกไม่ละเลยทอดทิ้ง แม้ว่าลูกจะพิการหรือไม่ เด็กที่เกิดมาเพราะความผูกพันเช่นนี้มักรู้สึกว่าตนมีค่า เมื่อเติบโตขึ้นก็จะรักสังคม แต่ทารกที่เกิดมาจากแม่ที่ไม่อยากได้ลูกก็ไม่สามารถให้ความผูกพันเช่นนี้ได้ และเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญก็จะขาดการพัฒนาทางด้านอารมณ์ ขาดความอบอุ่นและความรัก หากออก พ.ร.บ.อุ้มบุญโดยไม่คำนึงถึงเรื่องนี้ จะทำให้แม่ที่อุ้มบุญ ขาดความผูกพันต่อลูกในท้องไม่เลี้ยงดู
สำหรับกรณีอุ้มบุญที่ศาลเยาวชนฯนั้น ตรวจพบว่า มีการยื่นคำร้องเข้ามาครั้งแรกเมื่อปี 2547 จนถึงปัจจุบัน ส่วนที่เป็นชาวต่างประเทศ มีเพียง 5 เรื่อง สำหรับกรณีชายญี่ปุ่น 24 ปีที่อ้างว่าเป็นพ่อเด็ก และมีข่าวว่า ตรวจดีเอ็นเอ ตรงกับเด็กนั้น ยังไม่มีการยื่นคำร้องเข้ามาขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรแต่อย่างใด






