ชาวสวนยาง ยื่นหนังสือถึงว่าที่นายกฯคนใหม่ เร่งแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ขีดเส้นตาย7วัน ขู่จัดม็อบใหญ่เคลื่อนไหว
ที่สำนักงานศูนย์ดำรงธรรม จ.สุราษฎร์ธานี นายไพโรจน์ ฤกษ์ดี อาชีพทนายความพร้อมเพื่อน ๆ และตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางในนามของแนวร่วมเกษตรกรชาวสวนยางพาราบ้านส้องและพันธมิตร จ.สุราษฎร์ธานี ยื่นหนังสือเปิดผนึก ต่อนายพิชิต ตู้บันเทิง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.สุราษฎร์ธานี ผ่านไปยัง ประธาน คสช. และว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อให้เร่งแก้ปัญหาราคายางตกต่ำเป็นวาระเร่งด่วนที่สุด โดยให้เวลา 7 วัน หากยังไม่มีการแก้ไขจะนำมวลชนเคลื่อนไหวใหญ่ ขณะที่หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.สุราษฎร์ธานีรับหนังสือดังกล่าว เพื่อนำเสนอไปยัง คสช.ตามขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวมีข้อความสรุปว่า ตามที่ คสช.ได้เข้ามารักษาความสงบในสถานการณ์ที่คับขัน ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจถึงเหตุผลและได้ให้การสนับสนุนนั้น ขณะนี้เมื่อสถานการณ์ได้คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นเป็นลำดับ โดยที่ คสช.เน้นความมั่นคงของรัฐเป็นหลัก แต่ไม่ได้เร่งแก้ปัญหาราคายางตกต่ำให้เป็นวาระเร่งด่วนนั้น ปัจจุบันเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก รายรับไม่พอรายจ่าย มีแนวโน้มส่อจะเกิดการชุมนุมของเกษตรกรชาวสวนยางและฝ่ายการเมือง อันอาจส่งถึงผลกระทบโดยรวมต่อประเทศชาติที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกครั้ง
นายไพโรจน์ กล่าวว่า ตนเองเป็นลูกหลานเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับความเดือดร้อนจากราคาตกต่ำ และที่ออกมาเรียกร้องครั้งนี้ไม่ได้อยู่สีใด หรือเข้าข้างฝ่ายใด แต่เกิดจากความเดือดร้อนจริง ๆ ต้องการให้ คสช.หรือว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่นำไปแก้ไขเป็นวาระเร่งด่วนโดยแก้ไขราคายางพาราโดยน้ำยางสดราคาท้องถิ่นที่เกษตรกรชาวสวนยางต้องรับจริงไม่ต่ำกว่า กก.ละ 70 บาท ยางแผ่นไม่ต่ำกว่า กก.ละ 80 บาท และเศษยาง กก.ละไม่ต่ำกว่า 30 บาท จึงจะอยู่ได้









