กนอ. คาดปี 2558 ยอดขาย 4 พันไร่ ชี้เปิดเออีซี หนุนต่างชาติเข้ามาลงทุน เตรียมเร่งตั้งบริษัท'กนอ. อินเตอร์'
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่ายอดขายพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมในไตรมาส 1 - 3 ของปีงบประมาณ 2557 (ต.ค. 2556 - มิ.ย.2557) มีจำนวน 2.7 พันไร่ และคาดว่ายอดขายทั้งปีงบประมาณจะอยู่ในระดับ 3.5 - 4 พันไร่ ตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ และมีเงินลงทุนประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท แต่ต่ำกว่ายอดขายพื้นที่ในปี 2556 ที่มียอดขาย 5.5 พันไร่
ในปี 2558 คาดว่าจะมียอดขายพื้นที่ในนิคมฯประมาณ 4 พันไร่ จะมีเงินลงทุนประมาณ 4 หมื่นล้านบาท
นายวีรพงศ์ กล่าวว่าการตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) และมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจน อีกทั้งได้รับแรงกระตุ้นจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ในปลายปี 2558 ทำให้ต่างชาติเร่งเข้ามาตั้งฐานการลงทุนในไทย
“ในปีนี้ จะมียอดการเปิดนิคมฯแห่งใหม่ที่ดำเนินงานโดย กนอ. เอง และการลงทุนของภาคเอกชนรวม 7 แห่ง มีพื้นที่อุตสาหกรรมเพิ่มประมาณ 1.5 หมื่นไร่ ขณะที่ในปี 2558 คาดว่าจะมีนิคมอุตสาหกรรมเกิดใหม่ประมาณ 5-7 แห่ง โดยจะเป็นนิคมฯที่ กนอ. ดำเนินงานประมาณ 1 - 2 แห่ง ได้แก่ นิคมฯรับเบอร์ซิตี้ ในเฟส 3 ของนิคมฉลุง จ.สงขลา และอยู่ระหว่างการพิจารณาโครงการสร้างนิคมฯพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี และนิคมอากาศยาน จ.นครราชสีมา รวมทั้งจะต้องพิจารณาการตั้งนิคมฯตามนโยบายของ คสช. อีกด้วย ส่วนนิคมของเอกชนคาดว่าจะมีตั้งขึ้นใหม่อีกประมาณ 4-5 แห่ง” นายวีรพงศ์ กล่าว
สำหรับนโยบายการออกไปลงทุนตั้งนิคมฯในต่างประเทศ จะเร่งเดินหน้าตั้งบริษัท กนอ.อินเตอร์ จำกัด เพื่อเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ โดย กนอ. มีแผนที่จะศึกษาการเข้าไปตั้งนิคมอุตสาหกรรมในประเทศเพื่อนบ้านเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนตามนโยบายของคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.)
ในเบื้องต้นจะให้ความสำคัญกับพื้นที่ตามเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนของไทย ได้แก่ แนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ ใต้ จะเข้าไปศึกษาการตั้งนิคมฯในเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน เพื่อเชื่อมต่อกับเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงของ จ.เชียงราย นิคมฯในพื้นที่ภาคกลางลงไปถึงนิคมฯ จ.สงขลา เชื่อมโยงไปจนถึงประเทศมาเลเซีย
นอกจากนี้จะเป็นระเบียงเศรษฐกิจตะวันตกไปยังตะวันออก โดยจะเข้าไปศึกษาการตั้งนิคมในพื้นที่เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมาร์ เชื่อมต่อกับเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จ.ตาก ไปจนถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.มุกดาหาร เชื่อมต่อไปยังสปป.ลาว โดยจะเข้าไปศึกษาการตั้งนิคมฯในแขวงสุวรรณเขต และแนวระเบียงเศรษฐกิจเชื่อมโยงประเทศเมียนมาร์ไปยังกัมพูชา
กนอ.จะเข้าไปศึกษาการตั้งนิคมฯทวาย ประเทศเมียนมาร์ เชื่อมต่อกับเขตเศรษฐกิจพิเศษพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี ไปยังเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เชื่อมโยงเศรษฐกิจไปยังกัมพูชา ซึ่งจะเข้าไปศึกษาการตั้งนิคมฯใน จ.ปอยเปต ประเทศกัมพูชา
ส่วนความคืบหน้าในการตั้ง บริษัท กนอ.อินเตอร์ จำกัด กนอ. ได้เตรียมที่จะนำเรื่องนี้ เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ กนอ. จากนั้นก็จะเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ชุดใหม่เพื่ออนุมัติต่อไป ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 8 เดือน - 1 ปี ในการก่อตั้งบริษัทฯ
“กนอ.อินเตอร์ นี้ กนอ.จะเข้าไปถือหุ้นไม่เกิน 49% ส่วนที่เหลือจะเป็นการร่วมลงทุนกับบริษัทพันธมิตร ที่จะมาจากบริษัทผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม หรือบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการลงทุน และการตลาด ซึ่ง กนอ.อินเตอร์ นี้จะเป็นบริษัทโฮลดิ้ง เข้าไปร่วมลงทุนกับภาคเอกชนอื่นเข้าไปตั้งนิคมฯในต่างประเทศต่อไป“ นายวีรพงศ์ กล่าว
ด้านประเทศเป้าหมายหลักในขณะนี้ก็คือการเข้าไปตั้งนิคมฯในเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน เพราะเป็นเส้นทางเชื่อมโยงทางการค้าจากประเทศจีนเข้าสู้ไทยและอาเซียน และการตั้งนิคมฯทวาย ที่จะต้องรอความชัดเจนจากภาครัฐต่อไป






