วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กนอ.ดันนิคมอุดรฯเชื่อมการค้าเพื่อนบ้าน-จีน

กนอ. ปักธงนิคมฯอุดรธานี เชื่อมเส้นทางการค้าผ่านเพื่อนบ้านสู่จีน คาดเกิดการลงทุนกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการตั้งนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ว่า ขณะนี้โครงการนิคมฯอุดรธานี ได้ทำการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เรียบร้อยแล้ว จะเตรียมข้อมูลทั้งหมดเพื่อยื่นสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) อนุมัติในเดือน พ.ย. นี้ คาดว่า สผ.จะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนในการพิจารณาอนุมัติ และบริษัทเมืองอุตสาหกรรมฯ ก็น่าจะสามารถเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ในส่วนของการวางโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคได้ตั้งแต่ไตรมาส2 ปี 2558 เป็นต้นไป

โดยโครงการนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานีนี้ เป็นโครงการร่วมลงทุนของ กนอ. กับบริษัทเมืองอุตสาหกรรมอุดรธานี จำกัด

“นิคมฯ อุดรธานีเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ 56 ของประเทศ และเป็นจังหวัดที่ 16 ที่มีนิคมฯตั้งอยู่ โดยนิคมฯแห่งนี้จะเน้นในอุตสาหกรรมไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากยางพารา เนื่องจากในบริเวณนี้เป็นแหล่งปลูกยางพาราที่สำคัญ ซึ่งจะส่งเสริมให้จ.อุดรธานีเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาอุตสาหกรรมของภาคอีสานตอนบน และรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ” นายวีรพงศ์ กล่าว

สำหรับจุดเด่นของนิคมฯอุดรธานี จะอยู่ที่ความพร้อมด้านการขนส่ง เพราะตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟหนองตะไก้เพียง 3 กม. ซึ่งสามารถที่จะทำระบบรางเชื่อมเข้ามาในพื้นที่นิคมฯ ซึ่งจะทำให้การขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือแหลมฉบังได้ง่าย และยังมีโครงสร้างของระบบถนนเชื่อมโยงไปยังภูมิภาคอื่น รวมทั้งการเชื่อมต่อเส้นทางการค้าไปยัง สปป.ลาว ทะลุขึ้นไปยังมณฑลยูนนานประเทศจีนได้ นอกจากนี้ยังมีความสะดวกในการส่งออกทางอากาศ เนื่องจากอยู่ห่างจากท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี เพียง 20 กม. โดยทั้งหมดนี้เอื้อต่อการเป็นศูนย์กระจายสินค้าที่เชื่อมไทยในส่วนภาคอีสานตอนบนกับเพื่อนบ้านเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ด้วย

“ผลประโยชน์ที่ได้จากนิคมฯอุดรธานี จะทำให้มีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในนิคมฯ 2.2 หมื่นล้านบาท หลังการลงทุนจนสามารถผลิตสินค้าได้แล้ว จะสร้างรายได้ภาษีเข้ารัฐประมาณ 1.5-2 หมื่นล้านบาทต่อปี” นายวีรพงศ์ กล่าว

นายสุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองอุตสาหกรรมอุดรธานี จำกัด กล่าวว่า ตามแผนการพัฒนาพื้นที่จะแบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 ระยะ ระยะที่1 พื้นที่ 970 ไร่ พัฒนาปี 2558-2560 ระยะที่ 2 พื้นที่1,249 ไร่ พัฒนาปี 2561-2563 แต่ทั้งนี้จะเริ่มพัฒนาพื้นที่ทั้งหมดพร้อมตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2558 ซึ่งในส่วนพื้นที่เฟสแรก 970 ไร่ ไม่ต้องปรับพื้นที่มากนักเนื่องจากเจ้าของที่ดินเดิมได้มีการปรับพื้นที่ไว้เบื้องต้นแล้ว จะทำให้ดำเนินการได้รวดเร็วและคาดว่าจะขายพื้นที่ได้หมดภายในปี 2558 เพราะตลาดมีความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรมอยู่มากอันเนื่องมาจากการเปิด เออีซี ซึ่งนักลงทุนที่สนใจที่จะซื้อพื้นที่แล้วได้แก่กลุ่มธุรกิจจากจีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย