วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สธ.แนะถามสังคมก่อนออกกฎหมายอุ้มบุญ

สธ.แนะถามสังคมก่อนออกกฎหมายอุ้มบุญ แพทยสภาเตรียมตั้งอนุฯพิเศษสอบสวนกรณีแพทย์เอี่ยวอุ้มบุญ

นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างแพทยสภา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) เกี่ยวกับการอุ้มบุญว่า เรื่องนี้ต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.การควบคุมแพทย์ และสถานบริการที่ให้บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์หรืออุ้มบุญ ซึ่งมีพรบ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 และประกาศแพทยสภา เรื่อง มาตรฐานการให้บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

โดยในวันที่ 29 ส.ค.​ 2557 แพทยสภาจะเรียกประชุมสูตินรีแพทย์​เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจในเรื่องนี้ และ 2. มอบให้ สบส.ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย สิทธิมนุษยชน และหน่วยงานด้านสังคม มาหารือร่วมกันเพื่อหาทางออกของปัญหาว่าจะควรจะดำเนินการมาตรการใด

ต่อข้อถาม ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ พ.ศ....จะเป็นทางออกของเรื่องนี้หรือไม่ นพ.ณรงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ควรมีการรับฟังความเห็นและให้สังคมได้มีส่วนร่วมในการพิจารณา เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะสถานพยาบาล และผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบทางสังคมในวงกว้าง จึงควรมีการพิจารณาก่อนว่าร่างพรบ.นี้ครอบคลุมหรือตอบคำถามประเด็นที่สังคมต้องการหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการทบทวนหรือไม่ อย่างไร เป็นหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ที่จะต้องพิจารณา

ด้านนพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า ในวันที่ 14 ส.ค.นี้ จะมีการเสนอที่ประชุมคณะกรรมการแพทยสภา ขอมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนชุดพิเศษ กรณีอุ้มบุญ เพื่อให้ทำงานในการตรวจสอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ ส่วนกรณีการสอบสวนจริยธรรมแพทย์ 2 ราย จากคลินิก เอส.เอ.อาร์.ที ที่ดำเนินการอุ้มบุญให้กับน้องแกมมี่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้น คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน

ผู้สื่อข่าวถามว่า การตรวจสอบกรณีอุ้มบุญน้องแกมมี่ จะล่าช้าเหมือนกรณีการอุ้มบุญของชาวเวียดนามเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมาหรือไม่ นพ.สัมพันธ์ กล่าวว่า ไม่น่าจะเหมือนกัน ในกรณีนี้มีหลักฐานที่ชัดเจน แต่ที่กำหนดระยะเวลา 6 เดือน เพราะเป็นกระบวนการตามปกติของแพทยสภา ที่ต้องสอบสวนเพื่อให้ความเป็นธรรมกับแพทย์

ต่อข้อถามแพทย์ที่กำลังถูกสอบสวนกรณีการทำอุ้มบุญ​น้อมแกมมี่ เป็นกรรมการแพทยสภาหรือไม่ นพ.สัมพันธ์ กล่าวว่า แพทย์ที่ถูกสอบสวนไม่ได้เป็นกรรมการของแพทยสภา แต่ถึงเป็นก็ไม่ได้กระทบกับการสอบสวนแต่อย่างใด และแม้ว่ากรรมการจะเป็นหุ้นส่วนของคลินิก แต่ก็ไม่เกี่ยวกับการสอบสวน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีแพทย์ที่ทำอุ้มบุญให้กับเด็กอุ้มบุญ 15 ราย ที่มีบิดาเป็นชาวญี่ปุ่นคนเดียวกัน ได้หลบหนีไปแล้ว นพ.สัมพันธ์ กล่าวว่า โดยหลักการหากเรียกแพทย์มาสอบสวน แต่แพทย์คนดังกล่าวไม่มา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะพิจารณาตามหลักฐานที่มีอยู่ และสอบถามจากพยานข้างเคียง เช่น แม่ที่รับทำอุ้มบุญ ต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมได้มีการหารือเกี่ยวกับ ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ พ.ศ.... โดยเห็นว่าควรมีการชะลอการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวออกไปก่อน เนื่องจากมีข้อกังวลว่า พ.ร.บ.ดังกล่าว ได้กำหนดครอบคลุมกรณีการอุ้มบุญที่ดำเนินการโดยหญิงที่ไม่ใช่ญาติหรือไม่

ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ รองอธิบดีกรมสบส. กล่าวถึงกรณีที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง มีการปฏิเสธการทำคลอดให้แก่แม่ที่ทำอุ้มบุญ ที่อยู่ในภาวะฉุกเฉิน ปากมดลูกเปิด 8 เซ็นติเมตรว่า เรื่องนี้ต้องหาข้อเท็จจริงก่อนว่า โรงพยาบาลได้ส่งตัวต่อหรือไม่ หรือมีเหตุอะไร ที่ทำให้ปฏิเสธการทำคลอด ต้องให้คณะกรรมการของสบส.ตรวจสอบต่อไป