แรงงานไทยในลิเบียกลับไทยชุดแรกถึงบ้านอุดรฯ

แรงงานไทยในลิเบียกลับไทยชุดแรกถึงบ้านอุดรฯ

แรงงานไทยในลิเบียกลับไทยชุดแรกถึงบ้านอุดรธานี เผยช่วงที่ทำงานอยู่ได้ยินเสียงปืนรู้สึกกลัว

นายพงศวัฒน์ เพชรวิเชียร จัดหางาน จ.อุดรธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ฯ ได้เดินทางออกพบแรงงานอุดรธานี ที่เดินทางกลับมาจากประเทศลิเบีย มาถึงประเทศไทยชุดแรก จำนวน 26 คน โดยเป็นแรงงาน จ.อุดรธานี 6 คน ที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ 5 คน ส่วนอีก 1 คน มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.ศรีธาตุ

นายพงศวัฒน์ ได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 425 หมู่ 9 บ้านยามกาน้อย ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ เพื่อพบกับนายเข็มพร กาทอง อายุ 37 ปี และบ้านเลขที่ 174 หมู่ 17 บ้านโนนคำ ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ พบกับ นายฉวี หาระคุณ อายุ 58 ปี สองแรงงานไทยที่เพิ่งเดินทางกลับมาถึงบ้าน เมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมา ขณะที่มีญาติพี่น้อง ของผู้ที่เดินทางไปทำงาน แต่ยังไม่ได้กลับประเทศไทย เดินทางมาร่วมรับฟัง โดยนายพงศวัฒน์ฯ ได้สอบถามประวัติการทำงาน รวมถึงชี้แจงถึงสิทธิของแรงงานที่อพยพกลับจากภัยสงคราม พร้อมตรวจเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่นายเข็มพรฯ และ นายฉวีฯ ได้รับจากทางกรมการจัดหางาน หลังจากลงจากเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ

นายเข็มพร แรงงานไทยที่เดินทางกลับจากประเทศลิเบีย เปิดเผยว่า ไปทำงานในตำแหน่งช่างสี อยู่กับบริษัทฯกลั่นน้ำมันและโรงงานผลิตปุ๋ยเคมี อยู่ไม่ไกลจากเมืองตริโปลี มีคนไทยทำงานอยู่เกือบ 100 คน ตั้งแต่เกิดการสู้รบรู้สึกกลัว เพระได้ยินเสียงปืนเสียงระเบิดอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีข่าวให้อพยพคนงานต่างชาติออก ตนและเพื่อนคนงานไทยอีก 18 คน ได้นั่งรถออกจากบริษัทฯ มาถึงเมืองทางภาคใต้ของลิเบีย ใช้เวลานานกว่า 6 ชั่วโมง โดยยังมีคนงานไทยยังทำงานอยู่ที่ตามมาชุด 2 อีก 16 คน ทุกคนจะกลับประเทศไทยหมด จากนั้นนั่งเครื่องบินต่อมายังเมืองตูนิส ประเทศตูนีเซีย จึงนั่งเครื่องต่อมายังเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ แล้วขึ้นเครื่องต่อกลับมาที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยทางสถานฑูตไทยและกรมการจัดหางาน เป็นผู้ดำเนินการให้

“ช่วงที่ทำงานอยู่ ได้ยินเสียงปืนที่เขายิงกันก็รู้สึกกลัว แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เมื่อเพื่อน ๆ เขาไปทำงานได้ เราก็ต้องไปกับเขา เพราะเราไม่มีทางเลือก แต่ก็ดีใจที่ได้กลับมาถึงบ้าน เมื่อลงจากเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีเจ้าหน้าที่ของกรมการจัดหางานมาสัมภาษณ์ แจกเอกสารชี้แจงถึงขั้นตอนการขอเงินช่วยเหลือ 15,000 บาท และมอบเงินค่าเดินทางกลับบ้านให้ 750 บาท ซึ่งผมไปทำงานที่ลิเบียได้ 2 ครั้ง รวม 18 เดือน ได้เงินเดือนเพียง 12,000 บาท ได้โอทีเป็นบางครั้ง แม้จะไม่พอใช้เราก็ต้องอยู่ เพราะว่าไปทำงานแล้ว ไม่มีทางเลือก หากเขาเลิกรบกับ หากนายจ้างจะให้กลับไปทำงาน คงต้องดูก่อนว่า จะได้เงินเดือนสูงขึ้นหรือไม่ ถ้าไม่สูงเราก็คงอยู่ไม่ไหว เพราะเป็นงานที่เสี่ยงอยู่กับสารเคมี และหนี้สินเราก็เยอะ”

ด้านนายฉวี กล่าวว่า ไปทำงานที่ลิเบียนานกว่า 21 ปี โดยเริ่มไปตั้งแต่ยังหนุ่มไปเป็นคนงานจนได้ไต่เต้าขึ้นเป็นแมคคานิค ที่ดูแลระบบต่าง ๆ ของบริษัทฯโรงกลั่นน้ำมัน ของนายจ้างชาวอิตาลีที่เมืองเบก้า จนทุกวันนี้ได้เงินเดือนสูง ซึ่งบริษัทฯที่ตนทำงาน ห่างจากเมืองตริโปลีกว่า 1,000 กม. และห่างจากเมืองเบกาซี ประมาณ 400 กม.แต่เมื่อทางนายจ้างทราบว่า ทางประเทศไทยให้แรงงานไทยทั้งหมดอพยพกลับประเทศ เพราะห่วงความปลอดภัยของแรงงานไทย จึงจะปิดไซด์งานเป็นการชั่วคราว รอให้เหตุการณ์สงบก่อน

“ที่ผมทำงานมีคนงานไทยประมาณ 80 คน ผมกลับมาเป็นชุดแรก ส่วนที่เหลือนายจ้างจะทยอยให้เดินทางกลับ ซึ่งต้องเหลือคนงานไว้ เพื่อทำการเก็บข้าวของเครื่องจักรเข้าโรงงาน ก่อนจะปิดไซด์งานของบริษัทฯ จึงจะได้ดินทางกลับ โดยนายจ้างดูแลพวกเราเป็นอย่างดี และนายจ้างรับปากจะจ่ายเงินเดือน ๆ สุดท้ายให้ ซึ่งเมื่อผมกลับถึงบ้านแล้ว มีเจ้าหน้าที่จากจัดหางานจังหวัดมาพบ ก็ยิ่งดีใจที่เขาเดินทางมาชี้แจงสิทธิต่าง ๆ ที่เราจะได้ และคงจะเดินทางไปดำเนินการในสัปดาห์หน้า ที่ผ่านมาขณะที่ทำงานอยู่นั้น ถึงแม้จะห่างจากการสู้รบ แต่เมื่อได้ฟังคนนั้นคนนี้พูด และได้ดูจากข่าว ยิ่งเราทำงานในโรงกลั่นที่เป็นเป้าหมาย แม้จะอยู่ห่าง แต่ก็รู้สึกกลัว และรู้สึกห่วงคนงานไทยที่ทำงานเหมือนกัน ในเขตที่อันตราย ที่ทราบยังมีมีจำนวนมาก ที่ยังไม่ได้เดินทางกลับ”

นางจอมศรี ผมอินทร์ อายุ 53 ปี อยู่ที่ 236 หมู่ 9 บ้านยามกาน้อย ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ ที่บุตรชายไปทำงานที่ลิเบีย แต่ยังไม่ได้เดินทางกลับประเทศไทย เปิดเผยว่า บุตรชายไปทำงานตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ปกติก็ติดต่อกันทางโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา จนมาเดือนนี้เขาไม่ติดต่อกลับ แต่ยังดีที่เราติดต่อกลับไปหาเขาได้ หัวอกแม่เราก็เป็นห่วงลูกอยู่แล้ว อยากให้เขาได้กลับมาบ้าน คุยกับเขาครั้งหลังสุดก็บอกว่า ไม่ต้องเป็นห่วง เขาไม่เป็นอะไร ยังทำงานอยู่ โดยตนอยากให้ทางรัฐบาลให้ส่งลูกกลับบ้าน เพื่อมาตั้งหลักใหม่ แต่ลูกก็บอกว่าบริษัทฯเขาทำงานออกมายาก ถ้าจะกลับต้องจ่ายเงินค่าเครื่องบินเอง แต่ลูกก็ไม่มีเงิน จึงต้องยอมอยู่ทำงานไป อยากให้รัฐบาลเร่งช่วยให้ลูกได้กลับบ้านเร็ว ๆ ด้วย

นายพงศวัฒน์ เพชรวิเชียร จัดห่าน จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้มีแรงงานไทยจากประเทศลิเบียเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว 2 ชุด รวม 36 คน เป็นชาวอุดรธานี 6 คน ซึ่งทาง สนง.จัดหางานจังหวัด จะเร่งออกไปพบกับแรงงานที่เดินทางกลับถึงบ้าน เพื่อแจ้งและตรวจสอบสิทธิของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ที่แรงงานอพยพกลับจากภัยสงคราม รายละ 15,00 บาท รวมถึงสิทธิอื่น ๆ จากนายจ้างที่ตัวเองไปทำงานด้วย ซึ่งเบื้องต้น จากการตรวจสอบแรงงานที่เดินทางกลับมา ทุกคนได้เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งเมื่อแรงงานเหล่านี้ดำเนินการเรื่องเอกสารเสร็จ ทาง สนง.จะเร่งส่งให้ทางกรมการจัดหางานเพื่อดำเนินการอย่างเร่งด่วน