วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บินไทย'งัด7มาตรการ สกัดอีโบลา-เพิ่มมั่นใจ

"การบินไทย"งัด 7 มาตรการป้องกันโรคอีโบลา หวังเพิ่มความมั่นใจผู้โดยสาร เผยฮูคาด 3-6 เดือน คุมระบาดได้

ด้านสธ.สั่งสสจ.ทุกจังหวัดจับตาคนจาก 3 ประเทศที่อีโบลาระบาด เพิ่มตรวจเข้มที่สนามบินเชียงใหม่-ภูเก็ต-สงขลา เน้นมีไข้-เดินทางมาไม่เกิน 21 วัน จับตาจันทบุรีเป็นพิเศษเหตุมีคนแอฟริกาเข้ามาค้าพลอย ระบุคน 3 ประเทศเข้าไทยแค่ 3-5 คนต่อวัน

นาวาอากาศตรี พงศ์ภีระ ไพศาลกุลวงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัย ความมั่นคง และมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสอีโบลาในประเทศกินี เซียร์ราลีโอน และไลบีเรีย ในทวีปแอฟริกา การบินไทยจึงมีแผนใช้มาตรการป้องกันโรคอีโบลา ซึ่งเป็นมาตรการที่ใกล้เคียงกับใช้เมื่อครั้งโรคซาร์ระบาด ในปี 2546 และโรคไข้หวัดนกระบาดในปี 2547 ซึ่งเป็นมาตรการที่ได้ผลดีและได้รับการชื่นชมจากองค์การอนามัยโลก(ฮู) เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้โดยสาร โดยมาตรการต่างๆ จะคำนึงถึงการให้บริการทั้งบนเครื่องบินและภาคพื้นดิน รวมถึงความปลอดภัยของพนักงาน

สำหรับมาตรการที่จะใช้ป้องกันโรคอีโบลามีดังนี้ 1.คัดกรองผู้โดยสารและการบริการลูกค้าภาคพื้น เช่น การสังเกตอาการผู้โดยสารก่อนการเช็คอิน หากจำเป็นผู้โดยสารต้องมีใบรับรองแพทย์ 2.ดูแลการให้บริการบนเครื่องบิน เช่น การเฝ้าระวังและสังเกตอาการของผู้โดยสารระหว่างการเดินทาง 3.จัดเตรียมอากาศยานและฆ่าเชื้อโรค เช่น การพ่นยาฆ่าเชื้อโรคภายในอากาศยานในระหว่างจอดที่สนามบิน

4.ทำความสะอาดภายในอากาศยาน เช่น การทำ Deep Cleaning และเพิ่มการทำความสะอาด 36 จุดสัมผัสภายในห้องโดยสาร 5.ป้องกันและเฝ้าระวังสุขอนามัยของพนักงาน เช่น การมีอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลประจำเครื่องบิน และการให้ความรู้ในการป้องกันสุขภาพแก่พนักงาน 6. ดูแลการขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ เช่น ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์และหลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าที่มีความเสี่ยง และ 7.มาตรการด้านโภชนาการ เช่น คัดเลือกวัตถุดิบและวิธีการปรุงอาหารที่สะอาดได้มาตรฐาน และไม่มีความเสี่ยงต่อการเป็นพาหะของโรค

อย่างไรก็ตาม การบินไทยได้ประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อติดตามสถานการณ์และมาตรการต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด และปัจจุบันยังไม่มีรายงานผู้ป่วยอีโบลาในประเทศไทย ทั้งนี้ การบินไทยทำการบินไปยังทวีปแอฟริกาใต้ ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก สาธารณรัฐแอฟริกาใต้เพียงจุดบินเดียว โดยทำการบินสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน และไม่มีเที่ยวบินไปยัง 3 ประเทศที่มีการระบาดของโรคแต่อย่างใด

ด้านนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเรนซ์กับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ทั่วประเทศ เกี่ยวกับการซักซ้อมเตรียมการสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาว่า ได้สั่งการให้นพ.สสจ.ทั่วประเทศดำเนินการจัดการระบบเฝ้าระวังภายในพื้นที่ โดยเฉพาะการเฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีอาการไข้ และมีประวัติเดินทางไปใน 3 ประเทศที่มีการระบาดของโรค คือ กีนี เซียร์ลารีโอน และไลบีเรีย ภายในระยะเวลาไม่เกิน 21 วันที่เป็นระยะฟักตัวของโรค รวมทั้งให้โรงพยาบาลศูนย์(รพศ.) โรงพยาบาลทั่วไป(รพท.) จัดระบบห้องแยกโรคได้มาตรฐาน และหากต้องส่งเชื้อตรวจยืนยันในห้องปฏิบัติการให้ส่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ได้มาตรฐานองค์การอนามัยโลก

นพ.ณรงค์ กล่าวว่า สำหรับกรณีเฉพาะได้สั่งการให้สสจ.เข้าร่วมกับด่านควบคุมโรคที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ภูเก็ต และสงขลา เพื่อเฝ้าระวังผู้ที่มีอาการไข้และเดินทางจาก 3 ประเทศดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การเดินทางส่วนใหญ่จะผ่านทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งมีระบบการเฝ้าระวังที่เข้มข้นอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ในพื้นที่ จ.จันทบุรี เนื่องจากมีประชาชนชาวแอฟริกามาอาศัยอยู่เพื่อค้าขายพลอยจำนวนหลายร้อยคน จึงได้มอบหมายให้สสจ.จันทบุรีและสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 ติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความผู้ที่เป็นชาวแอฟริกาจะน่ากังวลว่าจะมีเชื้อชนิดนี้ แต่เนื่องจากการค้าขายพลอย อาจต้องมีการเดินทางเข้าออกประเทศ จึงต้องมีการเฝ้าระวังในพื้นที่ที่มีการอยู่รวมกันเป็นชุมชน โดยจะเน้นเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจาก 3 ประเทศที่ระบาด ไม่เกิน 21 วันและมีอาการไข้เป็นหลัก

"กรณีผู้ป่วยชาวจ.จันทบุรีที่ในโซเชียลมีเดียมีการส่งต่อว่าติดเชื้ออีโบลานั้น ผลการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติชัดเจนแล้วว่า เป็นมาลาเรียขึ้นสมอง และมีการติดเชื้อทางเดินอาหารเป็นโรคบิดร่วมด้วย ขณะนี้ได้ย้ายผู้ป่วยมาเข้ารับการรักษาที่รพ.พระปกเกล้าแล้ว ไม่ได้ป่วยเป็นโรคอีโบลา”นพ.ณรงค์กล่าว

ขณะที่นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าน่าจะควบคุมโรคได้ภายใน 3- 6 เดือน สำหรับระบบคัดกรองเฝ้าระวังของประเทศไทย ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจจับผู้ที่เดินทางมาจาก 3 ประเทศที่มีการระบาดได้ทุกราย เนื่องจากต้องรายงานตัวเรื่องการฉีดวัคซีนไข้เหลืองที่เป็นกฎระเบียบข้อบังคับ อีกทั้ง ไม่มีสายการบินที่บินตรงจาก 3 ประเทศที่ระบาดมายังประเทศไทย จะต้องต่อเครื่องที่ประเทศเคนยาและเอธิโอเปีย

โดยปัจจุบันมีผู้เดินทางเข้ามาราว 3-5 คนต่อวันลดลงกว่าช่วงปกติที่มีราว 6-8 คน เนื่องจากประเทศต้นทางมีการกักผู้เดินทางไม่ให้ออกนอกประเทศง่ายนัก ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ที่เดินทางมาจาก 3 ประเทศที่ระบาด หากเกิน 21 วันที่เป็นระยะฟักตัวของโรคจะดำเนินการจดชื่อและที่อยู่ แต่หากไม่เกิน 21 วัน จะมีการซักประวัติ จดชื่อที่อยู่ และตรวจวัดไข้ หากพบว่ามีไข้จะประสานรพ.บางพลีรับตัวเข้าห้องปลอดเชื้อทันที หากไม่มีไข้จะมีการตรวจติดตามอาการทุกวันจนครบ 21 วัน

นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กรมคร. กล่าวว่า จนถึงวันที่ 31 ก.ค.2557 องค์การอนามัยโลกรายงานมีผู้ติดไวรัสอีโบลาจำนวน 1,440 คน เสียชีวิต 826 คน ส่วนกรณีข่าวที่มีการพบผู้ป่วยเพิ่มในประเทศไนจีเรีย 2 คนนั้น เป็นเพียงผู้เข้าข่ายต้องสงสัยยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นการติดเชื้ออีโบลา