วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไลน์'ตร.ชั้นผู้น้อย'เปิดใจชี้มูลเหตุฆ่าตัวตายเครียดงาน

ตำรวจชั้นผู้น้อย ระบายความในใจผ่านระบบไลน์ ระบุปัจจัยเครียดงาน เป็นต้นเหตุหลักฆ่าตัวตาย

ที่นครบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดเหตุการณ์เศร้าสลดขึ้นในกองกำกับการ6กองบังคับการตำรวจจราจร(อาคาร191เก่าแยกพญาไท)เมื่อตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริมีอาการเครียดตัดสินใจใช้อาวุธปืนคู่กายยิงตัวตายหนีปัญหาเมื่อเช้ามืดที่ผ่านขณะนอนพักในห้องพักกองกำกับการโดยมีเพื่อนข้าราชการตำรวจนอนรวมอยู่ในห้องเดียวกันโดยก่อนที่จะคิดสั้นฆ่าตัวตายตำรวจชั้นผู้น้อยรายนี้ได้เขียนระบายความรู้สึกอัดอั้นตันใจในอาชีพตำรวจส่งต่อๆกันผ่านระบบไลน์ในห้องสื่อมวลชนสายอาชญากรรมมีรายละเอียดว่า

"อาชีพตำรวจถือได้ว่าเป็นอาชีพที่มีความเครียดสูงมากอาชีพหนึ่ง เพราะมีเหตุปัจจัยหลายๆอย่างมารุมเร้ารอบด้าน จะเห็นได้ว่าเราจะได้ยินข่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจเครียดจัดยิงตัวตายอยู่บ่อย ๆ ทางโรงพยาบาลตำรวจเคยให้สถิติเกี่ยวกับเรื่องการฆ่าตัวตายของเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วงระหว่างปี พ.ศ.2550 - 2555 ไว้อย่างน่าสนใจดังนี้

- มีตำรวจฆ่าตัวตายเฉลี่ยปีละ 31 คน

- ช่วงอายุที่มีการฆ่าตัวตายมากที่สุดอยู่ระหว่าง อายุ 41 - 50 ปี

- ชั้นยศที่มีการฆ่าตัวตายมากที่สุดคือ นายดาบตำรวจ

- สายงานที่มีการฆ่าตัวตายสูงสุดคือ สายสืบสวนปราบปราม

- กองบัญชาการที่มีการฆ่าตัวตายมากสุด 3 อันดับ คือ ภ.5 , ภ.3 และ น.

น่าจะมีการสำรวจเปรียบเทียบกับอาชีพอื่น ๆ ดูบ้าง ว่ามีปัจจัยอะไรที่แตกต่าง(อย่างนึงเพราะเรามีปืน) และจะบรรเทาความเครียดได้อย่างไร ผู้บังคับบัญชาจะทำอะไรได้บ้าง(ไปยุ่งมากอาจโดนยิงเสียเอง)หรือทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีมาตรการใดเพื่อป้องกันชีวิตพี่น้องข้าราชการตำรวจ ไม่ให้สูญไปปีละกว่าสามสิบคน

ปัจจัยที่มีผลต่อความเครียดของตำรวจมีหลายประการ เช่น

- ปัจจัยเรื่องงาน ที่มีการสั่งการเข้ามามากมายโดยเฉพาะงานธุรการ ที่มีเรื่องต้องรายงานมากมาย รายงานทุกวัน ไม่มีวันหยุด(ในโรงพักบางแผนกงานมีธุรการคนเดียว)คนสั่งรายการก็สั่งแล้วทิ้งเลยไม่รู้ว่าต้องรายงานถึงเมื่อไหร่เป็นอย่างนี้ถมกันไปเรื่อยๆจนล้นมือ

- เรื่องเศรษฐกิจอาชีพตำรวจนั้นส่วนมากต้องออกพื้นที่ อยู่ในพื้นที่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางการกิน วัฒนธรรมการเลี้ยงลูกน้อง ประกอบกับเงินเดือนที่ไม่สมดุลกับภาระการใช้จ่าย

- สั่งการโดยไม่มีงบประมาณ เป็นแบบนี้มานานแล้วสั่งให้ไปทำอะไรต้องทำให้ได้ ห้ามถามเรื่องงบประมาณตั้งแต่ระดับตร. มาจนถึงระดับโรงพัก สรุปว่าต้องควักจ่ายเองหมดเช่น สั่งให้ไปหาข้อมูลกลุ่มมวลชนบอกแค่นั้นไม่มีงบให้ คนรับคำสั่งก็ต้องทำอะไรแบบนี้

- วัฒนธรรมองค์กรที่ต้อง "ดูแล" เจ้านาย ถ้าเจ้านายรู้จัก พอประมาณหรือเห็นใจผู้ใต้บังคับบัญชาบ้างคงไม่ต้องเครียดกันมากนักแต่ความเป็นจริงคือเจ้านายมักจะอยากได้นั่นอยากทำนั่น ทำนี่ซึ่งมันเป็นเงินทั้งนั้นอยากให้ตำรวจผู้ใหญ่อยู่เฉยกันบ้างจะได้ไหม

- การโยกย้ายไม่ได้รับการพิจารณาโดยเฉพาะที่อยากย้ายกลับภูมิลำเนา เพื่ออุปการะครอบครัว และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

- การเปลี่ยนหน้าที่ไปทำหน้าที่ที่ไม่ถนัดไม่เคยทำบางคนทำใจไม่ได้ปรับตัวไม่ได้ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง

- การติดสุรา ปัจจุบันมี ตร. ที่ติดสุราเรื้อรังอยู่ไม่น้อยและยิ่งดื่มก็ยิ่งเครียดไม่ได้แก้ปัญหา

- ปัญหาสุขภาพอาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่ใช้สุขภาพสิ้นเปลืองมากทั้งการนอนการกินที่ไม่เป็นเวลาการสูดดมควันไอเสียทุกวัน

- การทำงานที่เสี่ยงอันตราย ทั้งสายตรวจ และสายสืบ ที่เมื่อออกไปปฏิบัติหน้าที่ มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้กลับบ้าน เสื้อเกราะ อาวุธปืน กุญแจมือ ต้องหาซื้อเอง ยิ่งสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ความเสี่ยงยิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณ

ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างของปัจจัยความเครียดของเจ้าหน้าที่ตำรวจครับ ยังไงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรหามาตรการป้องกัน แก้ไข โดยด่วนครับ ส่วนเพื่อนข้าราชการตำรวจ ถ้าเห็นเพื่อนร่วมงาน มีอาการซึม เครียดเศร้า เหม่อลอยยังไงก็ลองคุยปรับทุกข์กันอาจเป็นการช่วยชีวิตเขาเลยก็ได้ " ทั้งหมดเป็นการเขียนระบายถึงสาเหตุความเครียดของตำรวจที่คิดสั้่นฆ่าตัวตายก่อนที่จะปลิดชีวิตตัวเอง