สวธ.ผุดเว็บไซต์ตรวจสอบร้านเกมทั่วประเทศ

สวธ.ผุดเว็บไซต์ตรวจสอบร้านเกมทั่วประเทศ

"ชาย"เล็งจัดทำโปรแกรมตรวจสอบร้านเกมทั่วปท. ลิงค์กล้องวงจรปิดในร้าน จับตาเปิดให้เยาวชนมาใช้บริการนอกเวลากม.

นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้หารือเรื่องการพัฒนาเว็บไซต์และทำโปรแกรมในการดูแลและแก้ปัญหาร้านเกมส์ เนื่องจากที่ผ่านมามีการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาร้านเกมส์ ร้านอินเทอร์เน็ต ซึ่งอนุญาตให้เด็กและเยาวชนเข้าใช้บริการก่อนเวลาที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งเปิดให้บริการเกินเวลาด้วย ทั้งนี้เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.) และเจ้าที่หน้าของ สวธ. มีไม่เพียงพอที่จะออกตรวจและเอาผิดร้านเกมส์ที่กระทำผิดกฎหมาย ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวตนได้สั่งการให้ศึกษาแนวทางในการใช้ เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยในการดูแลร้านเกมส์ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย

นายชาย กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าร้านเกมส์ส่วนใหญ่ติดกล้องวงจรปิดอยู่แล้ว จึงมอบนโยบายให้เจ้าหน้าศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างเว็บไซต์และโปรแกรมในการเชื่อมต่อภาพจากกล้องวงจรปิดจากร้านเกมที่ยื่นขอใบอนุญาตจาก สวธ. เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบความเรียบร้อยของร้านเกม ที่สำคัญสามารถตรวจสอบว่าร้านเกมอนุญาตให้เด็กและเยาวชนเข้าใช้บริการก่อน เวลาหรือว่าปิดบริการเกินเวลาหรือไม่ นอกจากนี้ในเว็บไซต์ดังกล่าว จะมีการนำข้อมูลเกี่ยวกับร้านเกมทุกแห่งที่ได้รับใบอนุญาต อาทิ เบอร์โทรศัพท์ แผนที่และที่ตั้ง มาใส่ไว้ในเว็บไซต์ด้วย ซึ่งปัจจุบันร้านเกมทั่วประเทศประมาณ 3 หมื่นร้าน ส่วนข้อดีของเว็บไซต์ดังกล่าว ผู้ปกครองสามารถเข้ามาตรวจสอบรายชื่อร้านเกมที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องและสามารถดูภาพภายในร้านเกมจากกล้องวงจรปิดซึ่งมีการเชื่อมข้อมูลกับเว็บไซต์ ดังกล่าว ว่ามีการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่

อธิบดี สวธ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เร่งสรุปประเด็นเกี่ยวกับแก้ไขพ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 ว่ามีมาตรการไหนของพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวที่จะเสนอแก้หรือว่าต้องการออกกฎกระทรวง เพื่อมาบังคับใช้เพิ่มเติม เนื่องจากได้รับนโยบายให้หน่วยงานในสังกัด วธ.สำรวจและสรุปปัญหาจากการบังคับใช้พ.ร.บ.แต่ละฉบับ เพื่อรายงานให้กระทรวงรับทราบ จากนั้นเพื่อรวบรวมและผลักดันให้มีการแก้ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบเรียบ ร้อยแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้แต่ละกระทรวง สำรวจและสรุปว่ามีร่างพ.ร.บ.และข้อกฎหมายที่ล้าช้า หรือว่าเร่งด่วนที่ต้องผลักดันจำนวนกี่ฉบับ