"อัฌษไธค์" อธิบดีกรมขนส่งฯ ขีดเส้นตาย จักรยานยนต์รับจ้าง ขึ้นทะเบียนภายในวันที่ 4 ก.ค. นี้
นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์สาธารณะในเขตกรุงเทพมหานครให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กรมการขนส่งทางบกโดยคณะอนุกรรมการประจำกรุงเทพมหานครได้กำหนดให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างที่ยังไม่ได้จดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย (ที่ยังไม่มีป้ายเหลือง) ยื่นความประสงค์ขอจัดตั้งวิน หรือขอหนังสือรับรองการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะ เพื่อจดทะเบียนเพิ่มในวินเดิมทั้งผู้ที่มีรายชื่อแล้วและยังไม่มีรายชื่อ ภายในวันที่ 4 กรกฎาคม 2557 ณ สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร ที่วินตั้งอยู่ เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ การขอหนังสือรับรองการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะให้ออกได้คนละ 1 คัน โดยมีอายุ 120 วันนับแต่วันออกหนังสือรับรอง และให้ถือว่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวจะจำหน่าย จ่าย โอน หรือให้สิทธิตกทอดแก่ทายาทไม่ได้ หากพบว่ามีการซื้อขาย จำหน่าย จ่าย โอนสิทธิการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะจะมีโทษสูงสุดถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตทันที
สำหรับหลักฐานที่ใช้ ในกรณีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขอจัดตั้งวินใหม่ ได้แก่ แผนผังแสดงที่ตั้งวินและแผนผังการจอดรถพร้อมรูปถ่าย หนังสือให้ความยินยอมให้ใช้พื้นที่ในกรณีเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล รายชื่อผู้แทนวินจำนวน 3 รายชื่อ บัญชีรายชื่อผู้ขับรถในวิน บัตรประชาชน และใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะที่ยังไม่สิ้นอายุพร้อมสำเนา สำเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถ ในกรณีที่รถนั้นจดทะเบียนแล้ว หรือหลักฐานการได้มาของรถ เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่าซื้อ หนังสือรับรองการเช่าซื้อ เป็นต้น กรณีไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ผู้ขอจะต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ และให้ใช้ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลหรือใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชั่วคราวฉบับจริงพร้อมสำเนา และจัดทำบันทึกถ้อยคำการขอผ่อนผัน ซึ่งผู้ขอจะต้องจัดนำใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะมายื่นต่อนายทะเบียนท้องที่ที่รถนั้นจดทะเบียนไว้ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 หากไม่ดำเนินการจะทำการเพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ นั้น ส่วนกรณีการเพิ่มผู้ขับขี่ในวินเดิมใช้หลักฐานเช่นเดียวกับขอจัดตั้งวินใหม่ ยกเว้นแผนผังแสดงที่ตั้งวินและแผนผังการจอดรถและบัญชีรายชื่อในวินที่ไม่ต้องนำมาประกอบคำขอ
สำหรับกรณีรถจักรยานยนต์สาธารณะในต่างจังหวัดยังคงต้องขอหนังสือรับรองการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะจากคณะอนุกรรมการประจำอำเภอเช่นเดิม








