นครบาลเผย7วัน ออกใบสั่ง16,448ราย ยกรถ98คัน ล็อกล้อ 2,360คัน จับเมาขับขังจริง204คน
เมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการจราจร รายงานผลปฏิบัติเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร 88 สน. และกองบังคับการตำรวจจราจร โครงการคืนพื้นผิวจราจรให้ประชาชน และนโยบาย 5 จริง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลดำเนินการตามนโยบายคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างต่อเนื่อง โดยมีผลปฏิบัติเป็นรูปธรรม มีการจัดสายตรวจจราจรเคลื่อนที่เร็ว ออกตรวจผู้กระทำผิดกฎหมายจราจร และบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด มีผลสรุปการปฏิบัติในรอบ 7 วันที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 9-15 มิ.ย. ดังนี้
มาตรการยกจริง มีการยกรถเคลื่อนย้ายออกจากผิวการจราจรจุดห้ามจอด จำนวน 96 ราย มาตรการล็อกจริง หรือใช้เครื่องบังคับล้อดำเนินการล็อก 2,360 ราย มาตรการขังจริง กรณีผู้ขับขี่เมาไม่ขับภาค 1 และภาค 2 จำนวน 204 ราย และมาตรการจับจริง มีการบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด 13 ข้อหา โดยออกใบสั่งให้ผู้กระทำความผิดกฎหมายจราจรไปแล้ว 16,448 ราย โดยภาพรวมการดำเนินการตามมาตรการ มีผลให้การจราจรคล่องตัวมากขึ้น โดยสำรวจในเส้นทางถนน 8 สายหลักที่มีปัญหา เช่น ถนนสิรินธร ถนนบรมราชชนนี ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนลาดพร้าว ถนนรามคำแหง ถนนสุขุมวิท ถนนเพชรบุรี ถนนรัชดาภิเษก ฯลฯ ปรากฏว่า ความยาวรถรอคอย หรือหางแถว ในช่วงเวลาเร่งด่วน ภายหลังดำเนินการไปแล้ว 7 วัน คลี่คลายลง และคล่องตัวมากขึ้น
รองผบช.น. กล่าวถึงการแก้ปัญหาจุดวิกฤติจราจรเปิดเทอม 9 จุดกทม. ว่า แบ่งเป็นสองส่วน คือ ส่วนแรก อยู่ในความดูแลของ กทม.จำนวน 5 จุด ทาง บช.น. ได้ประชุมร่วมกับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯกทม. และผู้อำนวยการสำนักทุกสำนัก รวมถึงผู้อำนวยการทุกเขต เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา ให้มีการปรับแก้ทางกายภาพ โดยมีการย้ายเสาไฟฟ้า และตัดขอบทางที่ยื่นออกไป รวมถึงปรับกายภาพเกาะกลางถนน รวมถึงจุดกลับรถต่างๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยระหว่างการพิจารณาปรับแก้นั้น ให้ทาง สน.นำกรวยยาง แผงเหล็ก และเสาล้มลุก ไปวางกั้นในจุดที่เป็นจุดคนเดินข้าม โดยให้ข้ามเฉพาะทางม้าลายและสะพานลอยเท่านั้น เนื่องจากการสำรวจพื้นที่พบว่า ปัญหาคนเดินข้ามถนนที่ไม่ใช้ทางเท้า และสะพานลอย มีผลให้การจราจรติดขัดด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะถนนอโศก ที่มีสำนักงานออฟฟิศตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก จะมีปัญหารถติดมากในช่วงเช้า และเย็น เพราะคนเดินข้ามถนนไม่เป็นที่
รอง ผบช.น. กล่าวต่อว่า บช.น. ได้ประสานการทำงานกับ กทม. อย่างต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาการจราจรใน กทม. รวมถึงปัญหาหาบเร่แผงลอยบนทางเท้า ซึ่งอยู่ในมาตรการคืนผิวการจราจรให้ประชาชน ได้จัดโครงการคู่แฝดมหัศจรรย์ ใช้กำลังตำรวจจราจรทำงานควบคู่กับเจ้าหน้าที่เทศกิจ ออกตรวจพื้นที่จับกุมหาบเร่แผงลอยที่ลุกล้ำผิวการจราจร และวางตั้งขายของบนทางเท้า ซึ่งที่ผ่านมา มีการออกประกาศแจ้งเตือนไปแล้ว และในสัปดาห์นี้ จะเริ่มลงพื้นที่นำร่อง 8 จุดที่มีปัญหาวิกฤตที่สุด คือ ถนนสุขุมวิท บริเวณปากซอยอุดมสุข ปากซอยอ่อนนุช ถนนราชดำเนินกลางที่มีการขายสลาก ถนนราชดำริ บริเวณหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ประตูน้ำ ราชปรารถ สะพานขาว ตลาดมหานาค ตลาดมีนบุรี และถนนรามคำแหง บริเวณแยกบางกะปิ และจะขยายให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่ กทม. ต่อไป








