ตำรวจอวดผลงานบังคับใช้กฎจราจรจริงจัง แค่ 4 วันช่วยลดปัญหาจราจรเมืองหลวงได้ เตรียมนำไปใช้ใน 4 เมืองท่องเที่ยว
พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ10) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) และพล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( รอง ผบช.น. ) ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวานนี้ (13 มิ.ย.) หลังบังคับใช้กฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนวินัยจราจร ตามปฏิบัติการคืนผิวถนน นโยบาย 5 จริง ยกจริง ล็อกจริง จับจริง ขังจริง สุภาพจริง
พล.ต.อ.วุฒิ กล่าวว่า จากการประเมินผล 3 วันแรกที่มีการบังคับใช้ พบว่าในช่วงเร่งด่วนตอนเช้า ทางแยกต่างๆ ในช่วงเช้า มีรถสะสมลดลง ร้อยละ 22 ช่วงเย็นลดลง ร้อยละ 31 และปริมาณการจราจรเฉลี่ยแต่ละเส้นทางเวลารถติดคลี่คลายลง ประมาณ 30 นาที
ส่วนการสำรวจความคิดเห็นประชาชน พบว่าร้อยละ 90 เชื่อว่าการยกรถแก้ปัญหาจราจรติดขัดได้ ร้อยละ 78 เห็นว่าสภาพการจราจรดีขึ้น และร้อยละ 96 เห็นว่านโยบายนี้ควรดำเนินมาตรการคืนผิวจราจรต่อไป
และจากสถิติผลการปฏิบัติงาน พบว่า ตั้งแต่วันที่ 9-12 มิ.ย. รวม 4 วัน ยกรถ รวม 79 คัน มีการล็อกล้อ 1,658 คัน จับกุมผู้กระทำผิดในข้อหาเมาแล้วขับ 142 คน มียอดจำนวนใบสั่งจราจร 10,907 ราย
จ่อนำไปใช้ในเมืองท่องเที่ยว
พล.ต.อ. วุฒิ กล่าวต่อว่า นโยบายปฏิบัติการคืนผิวถนน ได้ผลดีเตรียมขยายนโยบายนี้ไปยังเมืองท่องเที่ยวอีก 4 แห่ง ประกอบด้วย หาดป่าตอง จ. ภูเก็ต เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ศูนย์การค้าไนซ์บาซ่า จ.เชียงใหม่ และเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เบื้องต้นจะให้เวลาผู้ประกอบการและหน่วยงานในพื้นที่ร่วมการรื้อเพื่อแก้ไขปัญหาและชี้แจงนักท่องเที่ยว ระยะเวลา 15 วัน นอกจากนี้ตำรวจยังได้ร่วมกับกรุงเทพมหานครเตรียมดำเนินโครงการคู่แฝดมหัศจรรย์เพื่อแก้ไขปัญหาการค้าขายกีดขวางจราจรทั้งบนถนนและทางเท้าด้วย
ด้าน พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า ได้เน้นย้ำนายตำรวจระดับผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9 และรองผู้บังคับการตำรวจจราจร (รอง ผบก.จร.) ให้ดำเนินการตามนโยบาย 5 จริงให้เป็นรูปธรรม โดยกำหนดให้ บก.น.1-9 และ จร.สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจและกองกำกับการที่เกี่ยวข้องดำเนินการอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจตามโครงการสุภาพบุรุษจราจร หรือ จราจรยิ้มจริง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทุกนาย เน้นด้านการบริหารด้วยมิตรไมตรี โดยกำหนดให้มีคำพูดประจำ เช่น ตำรวจจราจรยินดีรับใช้ เป็นต้น
ด้านการจับกุมก็ปฏิบัติด้วยความสุภาพ โดยเมื่อจับกุมผู้กระทำผิดให้ใช้คำพูดที่สุภาพนุ่มนวล และสื่อให้เห็นถึงความห่วงใยในความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนน ด้านจริยธรรมและจรรยาบรรณให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทุกนายต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
บก.จร.ลั่นเด็ดขาด13ข้อหา
วันเดียวกัน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) กล่าวว่า บก.จร.จะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายจราจรกวดขันวินัยผู้ขับขี่ 13 ข้อหาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นข้อหาหลักคือ 1.จอดรถในที่ห้ามจอด 2.จอดรถซ้อนคัน 3.จอดรถบนทางเท้า
4.ขับรถบนทางเท้า 5.แซงรถในที่สาธารณะ 6.ขับรถย้อนศร 7.ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง 8.เมาแล้วขับ 9.ไม่คาดเข็มขัด 10.ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ 11.แซงรถในที่คับขัน 12.ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และ 13.ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด
ผบก.จร. กล่าวว่า เนื่องจาก 13 ข้อหานี้เป็นความผิดจราจรที่พบเห็นได้บ่อย และก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ตำรวจนครบาลจึงบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างเข้มงวด






