"ประยุทธ์"มอบนโยบายจัดทำงบประจำปี2558 ย้ำทุกอย่างต้องโปร่งใส และมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาหัวหน้าส่วนราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม และมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่พวกเรามีส่วนร่วมในการทำงาน โดยเฉพาะการขับเคลื่อนงบประมาณปี 2558 เพื่อให้เป็นไปตามปฏิทินงานงบประมาณ ทุกคนทราบดีว่า เหตุผลและความจำเป็นในการทำงานของคสช. ซึ่งปัญหาหลักคือการบริหารงานของข้าราชการประจำที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนงานของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมคือแผนพัฒนาฉบับที่ 11 ซึ่งถ้าหากไปทบทวนตั้งแต่แผนที่ 1-11 ก็จะรู้ว่าเรามีผลสัมฤทธิ์เพียงใด สิ่งไหนขาดสิ่งไหนเกิน เราก็จะมาแก้ไขกัน อยากให้ทุกคนร่วมมือกัน ทำเพราะอยากทำ ทำเพราะเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำเพราะเราฟังเสียงของประชาชนคนไทยทุกคน และจะดำเนินการทุกอย่างและพัฒนาทุกด้านอย่างต่อเนื่อง มีความเชื่อมโยงกันตั้งแต่ปัจจุบันไปถึงอนาคต เพราะเราจะเป็นคนสร้างอนาคตให้ลูกหลานของเรา ถ้าไม่เริ่มต้นกันในวันนี้โอกาสจะไม่มีอีกแล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ทำให้ประชาชนแบ่งเป็นสองสามฝ่าย และตนไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ดังนั้นทุกคนจะต้องเสียสละและใช้สติปัญญา เราจะต้องสร้างประชาธิปไตยของประเทศไทยขึ้นมาใหม่ โดยการใช้สติปัญญาของคนไทยทุกน คนไทยเก่ง และมีความสามารถกันทุกคน มันยิ่งกว่าใครที่ไหนทั้งนั้น เพราะเรารู้ว่าคนไทยคืออะไร เป็นอย่างไร อย่าให้คนอื่นเข้ามาบริหารจัดการเลย ทั้งแพงทั้งเปลือง และเขาก็ไม่รู้ปัญหาของเรา อยากให้ใช้สติปัญญาของเราช่วยกันดีกว่า ภายใต้หลักการโปร่งใส มีประสิทธิภาพ รู้ผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน ขอยืนยันว่าโครงการต่าง ๆ หากไม่ได้การอนุมัติ หรือมีลายเซ็นของผม ก็ยังไม่ใช่ทั้งสิ้น แต่เป็นเพียงการหารือของคณะกรรมการในทุกฝ่าย อย่างเช่นโครงการ 3 ล้านล้านบาท ผมก็ยังไม่ได้อนุมัติเลย ต้องไปถามสำนักงบประมาณว่ามีเงินอยู่เท่าไหร่ ซึ่งตนคิดว่ามีบางคนปล่อยข่าวเพื่อให้ประชาชนเรียกร้องและทำให้งานเราสะดุด ดังนั้นอยากให้ช่วยกันอธิบายกับสังคม เพราะจะเป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะจะทำให้เกิดความเสียหาย
สำหรับนโยบายเรื่องการจัดทำงบประมาณปี 2558 ต้องตั้งเป้าให้ใช้จ่ายได้ตั้งแต่ต้นปี และจะเร่งรัดกระบวนการต่าง ๆ ให้มีความโปร่งใสทุกขั้นตอน ซึ่งขณะนี้เราได้มีการตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ( คตร.) เพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของแผ่นดินของ คสช. ส่วนงบประมาณปี 2557 ที่ค้างอยู่ โครงการที่มีปัญหาก็จะเข้าไปดูให้หาทางได้ ก็จะเข้าไปอยู่ในแผนงานไตรมาส 4 ส่วนโครงการใหม่ที่เกิน 1,000 ล้านบาท ต้องไปดูในเรื่องรายละเอียด ขอให้ดำเนินการให้มีความจริงใจต่อกัน ตนไม่อยากใช้อำนาจหรือกฎหมายกับพวกท่านมากนัก แต่ทุกท่านจะต้องเห็นใจ ถ้าไม่ทำเช่นนั้นทุกอย่างก็จะเดินหน้าไม่ได้ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา มีคนบอกปัญหากับตนมากจนเต็มลิ้นชักไปหมดแล้ว ทั้งโทรศัพท์ คลิป จนไม่ได้หลับไม่ได้นอน ตลอดเวลามีแต่เรื่องปัญหาที่จะต้องแก้ บางอย่างน่าชื่นชมยินดี บางอย่างก็หงุดหงิด บางอย่างก็ทรมาน 9 ปีแล้ว ฉะนั้นจากวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมาเราจะต้องมีความสุข ซึ่งหลายคนอาจจะเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ทั้งนี้ตนอยากให้คนที่ไม่เห็นด้วยชะลอประชาธิปไตยเอาไว้ก่อน ซึ่งเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นปัญหา การร้องเรียนก็จะได้รับการตรวจสอบทุกเรื่อง ซึ่งตนอยากให้ทุกคนร่วมมือกับตน นับจากวันที่ 22 พ.ค.เป็นต้นมา เรื่องเก่าให้เป็นเรื่องเก่า เรื่องใหม่ให้เป็นเรื่องใหม่ สำหรับวงเงินงบประมาณปี 2558 และ ยุทธศาสตร์ ตนได้อนุมัติไปแล้ว ในกรอบวงเงินค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของค่าใช้จ่ายประจำและงบเงินกู้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้อยากให้ทุกฝ่ายไปหาแนวทางเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน ทั้งเรื่องการบริหารงานของรัฐ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนการเรียกความเชื่อมั่นจากนานาชาติกลับคืนมานั้น ต้องไปหาแนวทางว่าจะทำอย่างไรเขาถึงจะเข้าใจว่าทำไมเราถึงมีวันนี้ รวมถึงสาเหตุที่ปล่อยปัญหาให้เรื้อรังมา อยากให้ตัดความชอบ และความรักส่วนตัวออกไปก่อนประเทศชาติจะต้องมาก่อน ซึ่งมุ่งหวังให้ใช้จ่ายงบไม่ให้สิ้นเปลือง และต้องไม่เกินกรอบวินัยการเงินการคลังของประเทศ รวมถึงการบริหารหนี้สาธารณะเกินเกณฑ์ความปลอดภัยที่เรามีอยู่ วันนี้มีข่าวว่าหนี้สาธารณะเพิ่มทำให้ประชาชนอกสั่นขวัญแฝง อยากให้ไปชี้แจงจากเดิมหนี้สาธารณะอยู่ที่ 49-53 เปอร์เซ็นต์ และถ้าไม่ใช่มันไปหมกอยู่แถวไหน อยากให้นำตัวเลขมาให้ชัดเจนเพื่อลดความหวาดระแวง
อย่างไรก็ตาม ภาระอย่างหนึ่งของเราคือหนี้ระยะยาวที่พูดกันว่าประชาชนจะต้องเฉลี่ยต่อหัวละเท่าไหร่ อยากให้ไปดูว่าถูกหรือผิด อย่าปล่อยให้เข้าใจกันไปแบบนั้น ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือการเปรียบเทียบและสรุปยอดการดำเนินการทางด้านเศรษฐกิจตามไตรมาส 1 ที่ผ่านมานานแล้ว ซึ่งวันนี้การดำเนินการอยู่ในไตรมาสที่ 3 ซึ่งตัวเลขที่ออกมาก็น่าตกใจการสรุปงานไม่อยากให้ทำแบบนั้น มาสรุปว่าการท่องเที่ยวลดลงไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว มันก็ตกสถานการณ์ปีที่แล้วเป็นอย่างไร มีการประท้วงกันหรือขัดแย้งกันหรือไม่ ซึ่งท่านเอาช่วงที่สถานการณ์ขัดแย้ง และไม่ขัดแย้งมารวมกัน แล้วมาสรุปว่าการท่องเที่ยวลดลงก็กลายเป็นว่า คสช.ทำให้มันลดลงใช่หรือไม่ ถ้าทำอย่างนั้นตนก็เสียหาย ซึ่งต่อจากนี้อยากให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม สรุปผลการทำงานก่อนวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา และ หลังวันที่ 22 พ.ค.มาให้กับตนด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การใช้จ่ายต่าง ๆ จะต้องสร้างความเชื่อมั่นทั้งในและนอกประเทศ งบประมาณปี 2558 จำนวน 2.575 ล้านล้านบาท เราพยายามควบคุมตลอดการทำรายจ่ายงบประมาณ ถ้าทำไว้มากเกินไปก็จะทำให้เกิดปัญหา ซึ่งงบประมาณดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากปี 2557 ประมาณ 50,000 ล้านบาท หรือ 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้นการทำงบประมาณครั้งนี้ต้องเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณหรือวงเงินลดการรั่วไหล การใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น และจัดทำงบให้ตรงตามแผนงานที่ได้วางเอาไว้ ต้องพอเหมาะพอดี ให้ผ่านชั้นคณะกรรมาธิการแปรญัตติ ถ้าไม่เช่นนั้นจะถูกลดงบประมาณอาจจะ 5%หรือ10% ก็จะทำให้ทุกอย่างรวนไปหมด ต้องมาปรับแก้กันใหม่ ทั้งนี้ ตนได้สั่งการโดยการบริหารปัจจุบัน เรื่องการเขียนแผนบริหารพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ที่เขียนไว้แค่ 5 ปี แต่ท่านต้องมองไปถึง 10 ปี ข้างหน้า ว่าเราจะเป็นอย่างไร ประเทศมีอะไรบ้าง มองตรงนั้นแล้วถอยหลังมา ถึงจะสามารถวางแผนตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้น 2 แผนต้องเตรียมเชื่อมต่อกัน และหากเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็ว ภาครัฐสามารถจัดเก็บรายได้เกินกว่าเป้าหมาย เราจะสามารถทำงบประมาณเพิ่มเติมในโครงการลงทุนต่าง ๆ ได้
ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง การแบ่งพวก แบ่งพรรค ในพื้นที่ต่าง ๆ ส่งผลกระทบให้การจัดทำงบประมาณในช่วงที่ผ่านมาไม่ทั่วถึง บางครั้งการเมืองในระบอบประชาธิปไตยไปบังคับพวกท่านมากไป ซึ่งทุกท่านต้องสร้างความเข้มแข็งของตัวเอง ให้เขาสั่งท่านไม่ได้ แต่ก็ติดคำว่า ต้องมีวินัยข้าราชการ และทุกคนก็รู้ว่าอะไรดีไม่ดี อย่างให้ทุกท่านได้เตรียมตัวเมื่อ คสช. ก้าวสู่ระยะที่ 2 ให้ทุกท่านไปปฏิรูปส่วนราชการของตัวเอง กำหนดระบบป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองมาก้าวล่วง มากดทับ
"การบูรณาการงานทุกกระทรวง โดยมีหัวหน้ากลุ่มงานของรัฐบาลไปตรวจสอบ ไม่ใช่ให้คนที่ไม่ได้อยู่ในรัฐบาลไปตรวจสอบ ไม่ว่าจะนักการเมืองหรือใคร ไม่ต้องเพราะไม่ใช่หน้าที่ มันจบไปแล้ว ไม่ต้องไปปรึกษาเขา ตนทราบมาว่ามีการไปปรึกษาคนเก่าๆ ขอให้มาปรึกษาตน ไม่ต้องไปปรึกษาคนนอก ถ้าไปปรึกษากับคนนอก ก็ไปอยู่กับเขาเลย เตือนกันแล้วนะ และตนก็เตือนคนที่ให้คำปรึกษาด้วย ซึ่งท่านก็บอกว่าท่านหยุดแล้ว แต่ไม่รู้จะห้ามคนที่เขามาหาอย่างไร ตนเลยต้องห้ามทั้งสองทาง"หัวหน้า คสช.กล่าว









