วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เผย'ไทย'เป้าหมายใช้บัตรเครดิตปลอม

สมาคมธนาคารไทยเผย ไทยเป็นพื้นที่เป้าหมายทำและใช้ข้อมูลเครดิตปลอม ข้อมูลเครดิตที่ถูกโจรกรรมส่วนใหญ่เป็นของต่างชาติ โดยเฉพาะสหรัฐ

หัวหน้าคณะปราบทุจริตบัตรเครดิต สมาคมธนาคารไทยเผย ไทยเป็นพื้นที่เป้าหมายทำและใช้ข้อมูลเครดิตปลอม หลังประสานตำรวจรวบหนุ่มโมร็อกโก ก่อนขยายผลค้นห้องพักกลางกรุง พบบัตรปลอมและอุปกรณ์การผลิตครบวงจร เผยข้อมูลเครดิตที่ถูกโจรกรรมส่วนใหญ่เป็นของต่างชาติ โดยเฉพาะสหรัฐ

เมื่อวานนี้ (4 มิ.ย.) พล.ต.ต.วรัญวัส การุณยธัช รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) และฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก แถลงข่าวจับกุมนายอดิล เซททริ (Adi Sadqi) อายุ 33 ปี สัญชาติโมร็อกโก พร้อมของกลางบัตรเครดิตปลอม 16 ใบ เครื่องตอกชุดเลขบัตรเครดิต พร้อมเครื่องบันทึกข้อมูลบนแถบแม่เหล็กมาลงข้อมูลบัตรเครดิต และบัตรเครดิตเปล่าอีกจำนวนหนึ่ง โดยจับกุมได้ในห้างฯ เทสโก โลตัส สาขาบางกะปิ ก่อนนำตัวมาตรวจค้นห้องพักในอาคารเดอะกรีน เรสซิเดนซ์ เขตดินแดง พบของกลางดังกล่าว

สอบสวนผู้ต้องหารับว่า ซื้อบัตรเครดิตเปล่าและอุปกรณ์การปลอมแปลงบัตรมาจากประเทศมาเลเซีย จากนั้นได้แชร์และซื้อข้อมูลของผู้ถือบัตรเครดิตจากประเทศต่างๆ เพื่อนำมาทำบัตรปลอมเพื่อใช้รูดซื้อสินค้าหรือกดเป็นเงินสดออกมาใช้จ่ายและส่งกลับไปประเทศตนเอง จึงแจ้งข้อหา ปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ มีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลงบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมเพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าหรือบริการใดๆ

นายสมชาย พิชิตสุรกิจ หัวหน้าคณะทำงานป้องกันการทุจริตบัตรเครดิต สมาคมธนาคารไทย กล่าวถึงขบวนการต่างชาติปลอมแปลงบัตรเครดิตว่า มีการทำกันอย่างแพร่หลายเป็นขบวนการ ทั้งปลอมแปลงบัตรเครดิตแบบวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดของหลายธนาคารทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อนำไปรูดซื้อสินค้าราคาแพงและกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม

นายสมชาย กล่าวว่า กรณีการจับกุมครั้งนี้ทราบว่าผู้เสียหายจะอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนการปลอมแปลงบัตรเครดิตของคนไทยมีน้อยมากเพราะปกติบัตรเครดิตที่คนไทยใช้กันเป็นลักษณะชิพการ์ดทั้งหมดแตกต่างจากในสหรัฐอเมริกาที่เป็นประเทศเดียวในโลกที่ใช้บัตรแบบไม่เป็นชิพการ์ด จึงทำให้เป็นช่องโหว่ในการก่อคดี

นายสมชาย กล่าวด้วยว่า วิธีการได้มาของข้อมูลเครดิตนั้นคนร้ายจะซื้อผ่านระบบอินเทอร์เน็ตหรือติดต่อซื้อกันโดยตรงในกลุ่มที่ทำข้อมูลเก็บไว้ เมื่อทำเสร็จแล้วก็จะเลือกประเทศที่นำบัตรมาใช้แล้วหลบเลี่ยงได้ง่าย

"ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายหลักที่ผู้ต้องหาปลอมแปลงข้อมูลบัตรเครดิตนำมาใช้มากที่สุด เป็นทั้งที่นำมาทำปลอมและทำปลอมมาจากที่อื่นแล้วนำมาใช้" นายสมชาย ระบุ

ก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประชุมร่วมกับผู้แทนจากสมาคมพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย ผู้แทนธนาคารพาณิชย์ ผู้แทนหน่วยงานผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ต เพื่อหามาตรการป้องกัน ขบวนการคัดลอกข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ แก๊งสกิมเมอร์เอทีเอ็ม ที่ระบาดในพื้นที่ต่างๆ

ผลการหารือได้ข้อสรุปว่า ในส่วนของตำรวจจะให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เป็นเจ้าภาพในการวางมาตรการป้องกันและปราบปราม

ขณะที่ นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ในส่วนของธนาคารมีมาตรการป้องกัน และตรวจจับความผิดปกติจากการถูกลักลอบคัดลอกข้อมูลบัตรเอทีเอ็ม หาจุดที่บัตรถูกคัดลอกข้อมูลจะสามารถอายัดข้อมูลบัตรได้ภายใน 1-2 ชั่วโมง รวมถึงจะอายัดบัตรที่ใช้บริเวณโดยรอบด้วย

ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์จะเร่งติดตั้งเครื่องป้องกันการสกิมเมอร์ให้ครบทุกตู้เอทีเอ็ม ภายใน 2 เดือน ส่วนการเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มแบบแถบแม่เหล็กเป็นแบบฝังชิพเพื่อป้องกันการคัดลอกข้อมูลบัตรนั้นจะเปลี่ยนได้ครบทั้งหมดภายในวันที่ 1 ม.ค.2559 ทั้งนี้หากเกิดเหตุถูกคัดลอกข้อมูลไปใช้ทางธนาคารจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด