วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยกร่างกฎกระทรวงเก็บค่าบำบัดขยะครัวเรือน

กรมอนามัยยกร่างกฎกระทรวงเก็บค่าบำบัดขยะครัวเรือน อัตราตามพื้นที่กำหนด รอชงครม.หลังพบบ่อขยะเก่าเกลื่อน2.4 พันแห่งทั่วประเทศ

นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวภายหลังเปิดกิจกรรมรณรงค์การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิ.ย.2557 ที่บริเวณโรงอาหารกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่าประเทศไทยมีขยะเกิดขึ้นประมาณ 41,532 ตันต่อวัน หรือกว่า15 ล้านตันต่อปี เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครประมาณ 8,766 ตัน เป็นขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ร้อยละ 30 แต่มีการนำไปใช้ประโยชน์อีกครั้งพียง 3.91 หรือประมาณ 1 ใน 4 เท่านั้น ถึงแม้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)จะได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับการก่อสร้างระบบกำจัดขยะเพิ่มขึ้น แต่ยังมีการกำจัดขยะแบบไม่ถูกต้อง

กรมได้ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำรวจกองขยะเก่าเพื่อปรับภูมิทัศน์เป็นสวนสาธารณะใหม่ เบื้องต้นพบกองขยะเก่ามีสูงถึง 2,490 แห่งจากทั่วประเทศ โดยบ่อขยะที่มีการจัดการถูกสุขลักษณะมีจำนวน 466 บ่อ เป็นบ่อของภาครัฐถึง 427 บ่อ ที่เหลือเป็นของภาคเอกชน ส่วนบ่อขยะที่ไม่มีการจัดการอย่างถูกต้องตามหลักสุขลักษณะมีถึง 2,024 บ่อ เป็นของรัฐถึง 1,889 บ่อ ส่วนใหญ่จะเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลต่างๆ

นพ.พรเทพ กล่าวด้วยว่า กรมอนามัยจะตรวจสอบว่ากองขยะไหนไม่ปล่อยสารเคมีหรือสารโลหะหนักปนเปื้อนกับน้ำบาดาล น้ำผิวดิน หรือแม่น้ำลำคลองที่อยู่ใกล้กองขยะ เพื่อจะทำข้อเสนอให้เจ้าของพื้นที่หรือท้องถิ่นดำเนินการฝังกลบทำเป็นสวนสาธารณะ โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ชุดใหม่พิจารณา และจะเสนอร่างกฎกระทรวงในการเก็บค่าบำบัดขยะเพิ่มเติม เนื่องจากที่ผ่านมา ประชาชนจะเสียค่าค่าขนขยะไปทิ้งเท่านั้น

ครั้งนี้จะเพิ่มในเรื่องการบำบัดขยะให้ถูกวิธี เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี เบื้องต้นเสนอว่าครัวเรือนไหนมีขยะมากเกิน 5 กิโลกรัมจะต้องจ่ายค่าบำบัดขยะในราคาที่กำหนดไม่เกิน 150 บาทต่อเดือน ซึ่งแต่ละพื้นที่จะกำหนดราคาแตกต่างกัน อาจไม่ถึง100 บาทขึ้นอยู่กับการพิจารณา อีกทั้ง กรมฯยังมีร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดการมูลฝอยทั่วไปให้เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งเป็นไปตามพ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ฉบับปรับปรุง 2550 หากไม่ดำเนินการตามก็จะมีความผิดโดยมีโทษปรับเบื้องต้น 10,000 บาท โดยร่างกฎกระทรวงทั้งหมดจะเสนอครม.ใหม่เช่นกัน

อธิบดีกรมอนามัย กล่าวอีกว่า จากโครงการสุขอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ในปี 2558 จะดำเนินการสร้างส้วมในโรงเรียนต่างๆ เบื้องต้น 60 แห่ง จึงมีแนวคิดจะเชิญชวนคนในกรมอนามัยจัดหาขยะหรือสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วนำมาขาย เพื่อสมทบทุนในโครงการ

อีกทั้ง ยังมีแนวคิดในการนำขยะมาจัดทำเป็นทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียน โดยจะหารือกับธนาคารออมสินในการร่วมมือกันเพื่อเปิดบัญชีให้เด็กนักเรียนในการเก็บออม ด้วยการนำขยะเหลือใช้จากบ้านเรือน,ขวดพลาสติก หรือหนังสือพิมพ์ นำมาให้ทางโรงเรียนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จากนั้นทางโรงเรียนจะนำไปชั่งขายและนำเงินเข้าบัญชีเด็ก ซึ่งทั้งหมดนอกจากจะได้จัดเก็บขยะอย่างถูกวิธี ลดปริมาณการใช้ขยะ ยังช่วยให้เด็กรู้จักการเก็บออมเงิน