กรมควบคุมโรคเตือนไข้หวัดใหญ่-มือเท้าปากระบาดหนักหน้าฝน หลังพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่3.6หมื่นราย ตาย59
นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวในการประชุม DDC Forum ครั้งที่ 3 เรื่อง"การพยากรณ์โรคหน้าฝน...ควรรู้เพื่อควบคุมป้องกันในประเทศไทย" ว่า กรมควบคุมโรคได้ออกประกาศ เรื่อง การป้องกันโรคที่เกิดในฤดูฝน ประจำปี 2557 โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มโรคดังนี้
1.โรคที่มีแนวโน้มจะระบาด ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่และโรคมือ เท้า ปาก 2.โรคที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นและต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ โรคไข้เลือดออก และไวรัสตับอักเสบ เอ และ3.โรคที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ได้แก่ โรคเลปโตสไปโรซิส โรคปอดบวม ไข้สมองอักเสบเจอี อหิวาตกโรค และมาลาเรีย
นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า สำหรับ 2โรคที่มีแนวโน้มระบาดและต้องเน้นเฝ้าระวัง คือ 1.โรคไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-30 พฤษภาคม 2557 สำนักระบาดวิทยาได้รับรายงานผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ รวม 36,390 ราย เสียชีวิต 59 ราย อัตราป่วยสูงสุดพบในกลุ่มอายุ 0-4 ปี รองลงมาคือ 5-14 ปี คาดว่าช่วงฤดูฝนจะมีผู้ป่วยสูงสุด 20,000 รายต่อเดือน อัตราป่วยตาย 1 ต่อ 1 พันราย ขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบผู้ป่วยเพียง 20,910 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต มีผู้ป่วยสูงสุดช่วงฤดูฝนเพียง 5,000 รายต่อเดือน ทั้งนี้ จากข้อมูลตั้งแต่ปี พ.ศ.2552-2556 พบ จำนวนผู้ป่วยเฉลี่ยช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม มีรายงานมากกว่าช่วงเดือน มกราคม-เมษายน ประมาณ 1.5 เท่า
เมื่อเปรียบเทียบจำนวนผู้ป่วยในปี พ.ศ.2557 กับปี พ.ศ.2556 จำแนกเป็นรายเดือน พบว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2557 มากกว่าปี 2556 คิดเป็น 1.9 เท่า,เดือนมีนาคม มากกว่า 3.1 เท่า และเดือนเมษายน มากกว่า 2 เท่า สำหรับการพยากรณ์โรคคาดว่าในปี 2557จะมีรายงานผู้ป่วยสูงสุดในเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ประมาณเดือนละ 20,000-26,000 ราย ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ดำเนินตามมาตรการป้องกันและ ควบคุมโรคที่ดีและเหมาะสม ส่วนสถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่
และ2.โรคมือ เท้า ปาก โรคนี้มักเกิดกับเด็กเล็ก จากข้อมูลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552-2556 พบว่า จำนวนผู้ป่วยเฉลี่ยช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม มีรายงานมากกว่ามากกว่าช่วงเดือนมกราคม-เมษายน ประมาณ 3.5 เท่า เมื่อเปรียบเทียบจำนวนผู้ป่วยในปี พ.ศ.2557 กับปี พ.ศ.2556 จำแนกเป็นรายเดือน พบว่า ในเดือนมีนาคม 2557มากกว่าปี 2556 คิดเป็น 1.4 เท่า และเดือนเมษายน 1.7 เท่าสำหรับการพยากรณ์โรคคาดว่าในปี 2557เดือนกรกฎาคมจะเป็นเดือนที่มีรายงานผู้ป่วยสูงสุด ประมาณ 5,500 ราย ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ดำเนินตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคที่ดีและเหมาะสม ส่วนสถานการณ์ของโรคมือ เท้า ปาก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-24 พฤษภาคม 2557 สำนักระบาดวิทยาได้รับรายงานผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก รวม 12,602 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบมากสุดคือ อายุ 1 ปี ร้อยละ34.61 อายุ 2 ปี ร้อยละ24.59 และอายุ 3 ปี ร้อยละ13.62 ตามลำดับ
"ช่วงนี้อากาศร้อนในช่วงกลางวัน ช่วงค่ำถึงดึกอากาศเย็น และบางวันมีฝนตก อาจทำให้ประชาชนเจ็บป่วยด้วยอาการไข้หวัดได้ง่าย หากพบว่ามีอาการป่วยควรปฏิบัติตัวดังนี้ ใช้ผ้าปิดจมูกปากเวลาไอ หรือจามสวมหน้ากากป้องกันโรคหมั่นล้างมือทุกครั้งที่สัมผัสกับน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากอาการป่วยไม่ดีขึ้น หรือมีไข้สูงมากกว่า 2 วัน ไอมาก หอบ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ควรกลับไปพบแพทย์อีกครั้ง" นพ.โสภณกล่าว
นอกจากนี้กรมควบคุมโรค ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง"รู้จักและเข้าใจกับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่โรคไข้หวัดใหญ่และเมอร์ส-โควี" จากกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 3,010 ตัวอย่าง พบว่า ประชาชนร้อยละ 72.7 อยากฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ส่วนร้อยละ58.2 ไม่รู้จักโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2012 หรือ เมอร์ส-โควี อย่างไรก็ตาม ร้อยละ73.6 อยากให้มีข้อบังคับให้ผู้โดยสารบนเครื่องบิน รถไฟฟ้า รถโดยสาร ที่มีอาการไอ มีน้ำมูก ใส่หน้ากากป้องกันโรค และร้อยละ78.8 อยากให้มีข้อบังคับให้บนเครื่องบิน รถไฟฟ้า รถโดยสาร มีจุดล้างมือ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ และพบด้วยว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักและกลัวเมอร์ส-โควี อยากฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่ แม้ไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะติดโรคก็ตาม






