โพลล์คนไทยชี้วัยทำงาน 31-45 ปีสูบบุหรี่เยอะสุด ขณะที่ 56 % บอกเลิกไม่ได้เพราะขาดแรงจูงใจ
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า วันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก ปีนี้องค์การอนามัยโลกหรือฮูและพันธมิตรกำหนดประเด็นการรณรงค์ คือ “Raise Taxes on Tobacco” โดยประเทศไทยกำหนดคำขวัญว่า “บุหรี่ : ภาษียิ่งเพิ่ม คนตายยิ่งลด” เพราะผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การเพิ่มภาษีจะมีประสิทธิภาพในการลดการบริโภคยาสูบโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนรายได้ต่ำ และป้องกันเยาวชนจากการสูบบุหรี่ ผลจากการเพิ่มภาษี ที่ทำให้ราคาบุหรี่เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 10 รวมทั้งจะสามารถลดการบริโภคยาสูบได้ประมาณร้อยละ 4 ในประเทศที่มีรายได้สูง และช่วยลดการบริโภคยาสูบได้ถึงร้อยละ 8 ในประเทศที่มีรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำ
"ทั้งนี้ ในแต่ละปีบุหรี่คร่าชีวิตประชากรทั่วโลก เกือบ 6 ล้านคน ในจำนวนนี้มากกว่า 600,000 ราย เป็นผู้ที่เสียชีวิตจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง ถ้าหากไม่มีการดำเนินการใดๆ คาดว่าในปี 2030 ประชากรมากกว่า 8 ล้านคนในทุกๆปี จะเสียชีวิตจากบุหรี่ และมากกว่าร้อยละ 80 ของการเสียชีวิตเหล่านี้จะเป็นประชากรที่อาศัยอยู่ในประเทศที่มีรายได้ปานกลางถึงค่อนข้างต่ำ" ปลัดสธ. กล่าว
ขณะที่ นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) เปิดเผยข้อมูลว่า ในหนึ่งปี มีเสียชีวิตจากบุหรี่เสียชีวิตปีละกว่า 50,000 คน โดยในปี 2554 คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป 9.9 ล้านคนสูบบุหรี่ประจำ เด็กไทยอายุ 15-24 ปีเริ่มสูบบุหรี่เร็วขึ้น โดยเริ่มสูบอายุเฉลี่ย 16.2 ปี ซึ่งกรมควบคุมโรค ได้ดำเนินงานควบคุมการสูบบุหรี่ร่วมกับภาคีเครือข่าย ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ โดย 3 ลด ประกอบด้วย 1.ลดนักสูบรายใหม่ 2.ลดนักสูบรายเก่าในเขตชนบท โดยเฉพาะผู้สูบยาเส้น 3.ลดควันบุหรี่มือสองในที่ทำงาน ที่สาธารณะ และบ้าน ส่วน 3 เพิ่มได้แก่ 1.เพิ่มกลไกการป้องกันอุตสาหกรรมยาสูบแทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบของรัฐ 2.เพิ่มผู้ขับเคลื่อนการควบคุมยาสูบในระดับพื้นที่ จังหวัด และท้องถิ่น และ 3.เพิ่มนวัตกรรมการควบคุมยาสูบ เพื่อป้องกันมิให้เกิดผู้บริโภคยาสูบรายใหม่






