วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกษตรฯชง5วาระด่วนจ่ายช่วยชาวนารายย่อย

กระทรวงเกษตรฯ เคาะ 5 โครงการเร่งด่วน เสนอ คสช. อนุมัติ 29 พ.ค.นี้

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯว่า ได้วางแนวทางการดำเนินงานเร่งด่วนของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีเป้าหมายในกรอบ 4 ข้อ

ประกอบด้วย 1.การแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน 2.การทำให้เศรษฐกิจพื้นฐานเดินหน้าต่อไปได้ 3.การปฏิรูปการทำงานให้รวดเร็วและฉับไว และ4.การทำงานให้เกิดความปรองดองในชาติ

ส่วนแนวทางการทำงานนั้นกระทรวงเกษตรฯ จัดลำดับงานเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการในระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว โดยเฉพาะเฉพาะงานที่จะนำเสนอให้คสช.พิจารณาในปีงบประมาณ 2557 ที่ติดค้างในครม.ให้เร่งรวบรวมและจัดลำดับความสำคัญของงานและนำเสนอในการประชุมคสช.ต่อไป

ทั้งนี้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้รวบรวมงานภายใต้งบกลางให้พิจารณา 24 โครงการ งานภายใต้งบประมาณปกติ 11 โครงการ งานด้านกฎหมาย 15 เรื่อง ซึ่งกระทรวงเกษตรฯได้สรุปงานเร่งด่วน ที่จะเสนอ คสช.พิจารณา ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ รวม 5 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการแก้ไขปัญหาราคายางทั้งระบบ ปี 2557 (ระยะสั้น) วงเงิน 21,248 ล้านบาท ที่จ่ายช่วยค่าปัจจัยการผลิตให้แก่ชาวสวนยางในอัตราไร่ละ 2,520 บาท

2.โครงการแก้ไขปัญหาโรคตายด่วน (อีเอ็มเอส) ระบาดในกุ้งทะเลไทยวงเงิน 200 ล้านบาท 3.โครงการฟื้นฟูกิจการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด จากการขาดสภาพคล่อง วงเงินงบประมาณ 100 ล้านบาท 4. เงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงิน 359 ล้านบาท และ5.การบริหารจัดการนมโรงเรียน ซึ่งกระทรวงการคลังอนุมัติให้ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.) เข้าไปซื้อขายนมกับท้องถิ่นได้โดยตรงแล้ว แต่ติดค้างในขั้นตอนเสนอให้ครม.รับทราบ เพราะยุบสภาไปเสียก่อน จึงจะเร่งนำเรื่องนี้เสนอ คสช.อนุมัติ เพื่อเรียกความมั่นใจจากเกษตรกรในพื้นที่ ว่าขายนมได้แน่ ไม่ให้เกิดปัญหาราคาตกต่ำ

“สำหรับการแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกในตลาดตกต่ำ กระทรวงเกษตรฯ มีแนวคิดจ่ายเงินสนับสนุนเป็นค่าปัจจัยการผลิตให้แก่ชาวนารายย่อย ซึ่งมีที่นาไม่เกิน 20 ไร่ แบบเดียวกับการจ่ายเงินช่วยชาวสวนยาง โดยอัตราเงินช่วยเหลือ จะจ่ายตามต้นทุนการปลูกข้าวแต่ละสายพันธุ์ อ้างอิงตามต้นทุนการเพาะปลูกเฉลี่ยที่สศก. ได้รวบรวมตัวเลขไว้แล้ว โดยจะนำแนวทางการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนานี้ไปหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ก่อนจะนำเสนอ คสช.พิจารณาต่อไป”

นายธีระชัย แสนแก้ว ประธานชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน กล่าวว่า ชาวไร่อ้อยทั่วประเทศ 2 แสนราย มีความคาดหมายที่จะได้รับการพิจารณาเพิ่มค่าอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิตปี 56/57จากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในอัตราเพิ่มอีกตันละ 160 บาท จากประกาศเดิมให้ตันละ 900 บาท ซึ่งไม่คุ้มต้นทุนการผลิต โดยใช้แหล่งเงินกู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ผ่านให้กับกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายวงเงินประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท

“พาณิชย์ เกษตร อุตสาหกรรมและคลังเห็นชอบแล้วและนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมก็ได้ลงนามเสนอครม.วันที่ 27 พ.ค.นี้ แต่เมื่อเกิดรัฐประหารไปเสียก่อน เรื่องดังกล่าวจึงไม่สามารถดำเนินการได้ แต่เมื่อ คสช. เข้ามาบริหารและเห็นว่าได้เร่งแก้ไขปัญหาเงินจำนำข้าวให้กับชาวนา เลยคาดหวังว่าชาวไร่อ้อยจะได้รับการดูแลด้วย ซึ่งเป็นเงินกู้ไม่ได้ใช้งบประมาณใดๆเลย” นายธีระชัยกล่าว