ฝรั่งแคนาดา เหยื่อถูกนศ.ทันตแพทย์ มช.ยิงจนเป็นอัมพาตท่อนล่าง โพสต์เฟสบุ๊ค-ลงยูทูป เรียกร้องสังคมช่วยเหลือ เผยอยากใช้ชีวิตปกติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลายเป็นเรื่องที่ฮือฮาในสังคมโซเชียลมีเดีย หลังนายนิโคลัส บราวน์ (Mr.Nicolas Brown)อายุ 36 ปี ชาวแคนาดา ที่ทำกลุ่มเฟซบุ๊คออกเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและการขอความช่วยเหลือจากสังคม จนมีการแชร์ต่อไปอย่างกว้างขวาง หลังจากตกเป็นเหยื่อถูกกระสุนปืนจากนายดนตร์ ประวีณเมธ อายุ 28 ปี นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ ชั้นปีที่ 6 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กราดยิงเข้าในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ย่านถนนนิมมานเหมินท์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จนเป็นข่าวครึกโครมมาแล้วเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2556
จากเหตุการณ์ในวันนั้นนายนิโคลัส คงจะไม่มีวันลืมเหตุการณ์ดังกล่าวได้ เพราะกระสุนนัดนั้นไปโดนไขสันหลัง ทำให้ขาทั้งสองข้างไม่สามารถเดินได้ จนต้องกลายเป็นคนพิการ อัมพาตช่วงท่อนล่างต้องนั่งรถวีลแชร์ จากนั้น นายนิโคลัส ต้องการความช่วยเหลือจากสังคมโดยทำกลุ่มเฟซบุ๊คและทำคลิปในยูทูป ขึ้นมา พร้อมทั้งยังตั้งกองทุนรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือตนเอง ผู้สื่อข่าวจึงได้ไปสัมภาษณ์ถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นที่ซีเอ็มบลู เกสเฮ้าท์ ถนนมูลเมือง ซอย 6 ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่พักของนายนิโคลัส และเขาในสภาพนั่งนั่งวีลแชร์อยู่
จากการสอบถามผ่านล่ามแปลภาษา เปิดเผยว่า เดิมเป็นครูสอนภาษาที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ลำพูน ก่อนเกิดเหตุ ได้ไปนั่งดื่มกินที่ร้านบ้านดิน ซอยนิมานเหมินท์ ซอย 13 พร้อมกับเพื่อนๆอีกหลายคน โดยโต๊ะที่เกิดเหตุเป็นโต๊ะใกล้เคียงซึ่งตนไม่ได้มีเรื่องด้วย แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ชายคนร้ายได้ยิงกราดเข้ามาในร้าน ตนถูกกระสุนทะลุปอดและไขสันหลัง จนทรุดตัวลงนอนกองกับพื้น จนภายหลังทราบว่าต้องเป็นคนพิการอัมพาตท่อนล่าง
นายนิโคลัส กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ ทางคนยิงก็ได้ดูแลรักษาค่าพยาบาลในช่วงแรกที่โรงพยาบาล แต่พอผ่านไปหลายเดือนตนต้องจ่ายเอง เพราะตอนนี้แทบไม่มีเงินเหลือแล้ว โดยสัปดาห์หนึ่งๆต้องไปพบแพทย์เพื่อกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และยังต้องฝึกการใช้กล้ามเนื้อแขน การประกอบชีวิตประจำวันกว่าจะออกจากห้องมาได้ต้องใช้เวลานานในการดำเนินการช่วยเหลือ ทุกวันนี้สังคมไทยยังไม่เปิดรับการดูแลผู้พิการได้ดี ทั้งเรื่องถนนหนทางในการเดินทางก็ลำบาก ตนอยากจะให้สังคมมาช่วยเหลือตนเอง
"ผมอยากใช้ชีวิตปกติ ง่ายๆและทำให้ดีที่สุด ผมไม่เกลียดหรือโกรธแค้นคนยิง หรือครอบครัวของเขา ผมไม่อยากแก้แค้นอะไร แค่หวังว่าวันหนึ่ง อยากมีครอบครัวและอยากมีงานทำ เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหมดมันไม่ง่ายเหมือนเดิม"นายนิโคลัส กล่าว
นายนิโคลัส กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนต้องการมากที่สุดตอนนี้ คือ หวังจะได้กลับมาทำงานอีกครั้งนึง เพราะตอนที่ตนถูกยิงตอนแรก แม่ตนเองป่วยด้วย เพราะอายุ 72 ปีแล้ว หลังจากที่รู้ว่าลูกถูกยิงต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลเรื่องความเครียด ทั้งนี้ ก่อนที่จะถูกยิงตนเป็นครูสอนภาษา ดังนั้นตนต้องการมีงานทำเพราะต้องส่งเงินไปดูแลพ่อแม่ และค่าใช้จ่ายดูแลรักษาที่โรงพยาบาล ทุกวันนี้เงินที่ใช้ได้หมดไปแล้ว โดยใช้เงินบางส่วนในกองทุน
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาในประเทศไทยถูกกว่าประเทศแคนาดา ซึ่งตนใช้เงินจากเว็ปไซด์บริจาค ชื่อ Nic Brown - Gunshot Victim in Thailand โดยมีชาวต่างชาติบริจาคให้มาแล้ว 4,397 เหรียญ เนื่องจากขณะนี้ตนไม่เหลือเงินที่ จะเยียวยารักษาตัวเอง โดยผู้บริจาคส่วนใหญ่ที่รู้เรื่องของตนและบริจาคมาเป็นชาวต่างชาติ แต่คนไทยที่อยู่ที่นี้แทบจะไม่รู้เรื่องส่วนนี้เลย
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2556 ตำรวจ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายขับรถเก๋งก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงกราดยิงเข้าไปในร้านจนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ที่ร้านบ้านดิน ซอยนิมานเหมินท์ ซอย 13 เบื้องต้นทราบเป็นนักท่องเที่ยวชาวแคนนาดา 1 ราย คือ นายนิโคลัส บราวน์ เกาหลี 1 ราย และลูกครึ่งไทย - สวิสเซอร์แลนด์ 1 ราย โดย 1 ใน 3 มีอาการบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายดนตร์ ประวีณเมธ อายุ 28 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 6 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ที่บ้านเลขที่1 ถนนสิโรรส ซอย 3 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายละเอียดในเฟซบุ๊ค ที่นายนิโคลัส บราวน์ โพสต์ ระบุว่า "เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2556 ถูกยิงโดยนายดนตร์ ประวีณเมธ อายุ 28 นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ ชั้นปีที่ 6 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และในเหตุการณ์นั้นส่งผลให้เป็นอัมพาต และใช้รถเข็นสำหรับการดำรงชีวิต เขาได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับพนักงานในร้านที่ผมอยู่ในคืนนั้น เขาได้ออกไปจากร้านและกลับมาพร้อมปืนขนาด 9 มม. ยิงกราดเข้ามาในร้านจากในรถของเขา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน ซึ่งผมเป็นหนึ่งในนั้นที่เจ็บหนักที่สุด ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ผมได้รับเพียงค่ารักษาพยาบาลที่เบิกได้เฉพาะในเชียงใหม่เท่านั้น และผมก็ยังไม่ได้รับค่าชดเชยสำหรับการรักษาอาการบาดเจ็บของผมใดๆทั้งสิ้น รวมทั้งค่ายา
ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาพยายามที่จะบ่ายเบียงไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลของผมในเชียงใหม่ แต่กฎหมายระบุว่าพวกเขาจะต้องเป็นผู้ชดใช้ และตอนนี้เป็นเวลา 10 เดือนแล้ว แต่พวกเขา ยังไม่ได้จ่ายค่าชดเชยใดๆ จนทำให้ผมเริ่มกังวลเกี่ยวกับอนาคตของผม ขณะนี้ผมไม่ได้ทำงาน ผมต้องการที่จะยื่นเป็นคดีแพ่งและฟ้องในชั้นศาล แต่พวกเขาสัญญาว่าจะจ่าย ค่าชดเชย เท่าที่ผมได้ก็คือการยืดเวลาการชำระเงินทั้งหมด และพวกเขาก็ไม่รับโทรศัพท์จากทนายความของผม
ปัจจุบันนี้นายดนตร์ ได้รับการประกันตัว และหลังจากนั้นไม่นานเขาได้เข้ารับการรักษาสภาพทางจิตที่โรงพยาบาล และทำการบวชเป็นพระภิกษุ หลังจากนั้น ผมคิดว่าความพยายามเหล่านี้ ไม่จริงใจ มีแต่เพียงความพยายามที่จะทำให้รูปคดีของเขาดูดีขึ้นสำหรับเขา เพื่อให้เขาสามารถหลีกเลี่ยงการจำคุกได้เท่านั้น ทางเขาจะได้รับหมายเรียกจากศาลพร้อมค่าปรับ เนื่องด้วยข้อหาพยายามฆ่า ถ้าทุกอย่างสามารถไปได้ดีตามกระบวนการของกฎหมาย แต่ผมกังวลว่าเนื่องจากเขาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย เขาอาจจะไม่ได้รับการลงโทษจากกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ผมเขียน เพื่ออยากให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงกรณีนี้ และหวังว่าจะมีการดำเนินคดีกับนายดนตร์ อย่างยุติธรรมให้แก่ผม ผมกังวลเกี่ยวกับอนาคต ของผมเป็นอย่างมาก เนื่องจากตอนนี้ผมไม่สามารถที่จะเดินได้จึงจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาอย่างมากจากประเทศบ้านเกิดของผมที่แคนนาดา แต่ผมกลัวว่าถ้าผมออกจากเชียงใหม่ คดีของผมจะเงียบหายไป ยิ่งผมอยู่ที่นี่นานเท่าไร ผมยิ่งเจ็บปวดกับการเข้ารับการรักษาพยาบาลของผมเพราะผมสูญเสียเงินส่วนตัวไปมาก โปรดช่วยเหลือผม โดยการส่งต่อจดหมายฉบับนี้ ไปให้เพื่อนๆของคุณและองค์กร สื่อ และกลุ่ม ชุมชน ในประเทศไทย เท่าที่คุณสามารถจะทำได้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือผมอีกทาง"









