'นักร้องอาชีพ' ฝันที่ไม่เป็นจริง เอ็ม79คร่าชีวิตการ์ดกปปส.
"ผมติดต่อเขาไม่ได้ 2 วันแล้ว ตั้งใจว่าวันนี้จะไปคุยกับเขาเพราะต้องการให้เขากลับบ้านไปเรียนหนังสือต่อ แต่ไม่ทันการณ์แล้ว เกิดเหตุร้ายคร่าชีวิตเขาไปเสียก่อน รู้สึกเศร้าใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างยิ่ง คิดไม่ถึงว่าคนไทยด้วยกันเองจะเข่นฆ่ากันได้ถึงเพียงนี้ ผมหวังว่าการเสียชีวิตของลูกผมจะเป็นอนุสรณ์เพื่อเตือนนักการเมืองหรือผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมว่าวิธีการแก้ปัญหามันมีหลายวิธี การใช้ความรุนแรงทำร้ายกันเป็นสิ่งเลวร้ายซึ่งไม่น่าเกิดขึ้นในสังคมไทย หวังว่าการเสียชีวิตของลูกผมจะเป็นสิ่งเตือนใจให้ทุกๆ ฝ่าย หันหน้ามาพูดคุยกัน ให้ลูกผมเป็นศพสุดท้าย" ร.ต.ท.ภราดร จันทร์เพชร บิดานายนารายศ จันทร์เพชร หรือ โดม วัย 21 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่พื้นที่การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บรรยายถึงความรู้สึกขณะรอรับศพบุตรชาย ที่เสียชีวิตไปในเหตุความรุนแรงซึ่งมีผลมาจากการชุมนุมทางการเมืองกรณีล่าสุด
ร.ต.ท.ภราดร กล่าวถึงบุตรชายว่า นายนารายศ มีความฝันอยากเป็นนักร้องมาตั้งแต่เด็ก ได้มุ่งมั่นแต่งเพลงและฝึกซ้อมดนตรีหวังจะออกอัลบั้มเพลงกับกลุ่มเพื่อนๆ ล่าสุดได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะฝึกร้องเพลงเผยแพร่ในเว็บไซต์ หวังจะสานต่อความฝันสูงสุดของชีวิตให้สำเร็จ แต่ความฝันดังกล่าวมลายหายไปแล้ว เพราะบุตรชายต้องมาจบชีวิตลง ขณะเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส. โดยทำหน้าที่เป็นการ์ดอาสา ดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้ร่วมชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
"เขามาร่วมชุมนุมกับเพื่อนๆ ตั้งแต่เดือนธันวาคม เพราะมีอุดมการณ์สูง ยอมพักการเรียนมาร่วมชุมนุมทางการเมือง ทางครอบครัวพยายามเกลี้ยกล่อมให้กลับไปเรียนแล้วหลายครั้ง แต่เขาไม่ยอม ล่าสุดติดต่อเขาไม่ได้มา 2 วัน ผมจึงตั้งใจว่าจะไปหาเขาในพื้นที่ชุมนุมในวันนี้ แต่ช้าไปแล้ว" บิดา นายนารายศ กล่าวถึงบุตรชาย ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
บิดาและญาติของนายนารายศ ได้รับศพบุตรชายจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดรัตนธรรมาราม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี โดยนายนารายศ เป็น 1 ใน 3 ผู้เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าใส่พื้นที่การชุมนุม กปปส. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อเวลา 02.45 น. วันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เหตุรุนแรงดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บอีก 22 คน
หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจทำลายวัตถุระเบิด หรืออีโอดี เดินทางเข้าตรวจสอบ พบว่า คนร้ายน่าจะยิงระเบิดเอ็ม 79 มาจากแยกคอกวัว ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 330-350 เมตร และในเวลาไล่เลี่ยกันคนร้ายใช้ปืนเอ็ม 16 กราดยิงเข้าที่จุดกำบังของการ์ดกปปส. บริเวณเกาะกลางถนนราชดำเนินกลาง ซึ่งกระสุนของคนร้ายชุดนี้ ทำให้นายนารายศเสียชีวิต
ขณะที่ข้อมูลการสืบสวนของหน่วยงานด้านความมั่นคง พบเบาะแสว่า คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุครั้งนี้ น่าจะเป็นกลุ่มที่มีความเห็นต่างกับกลุ่ม กปปส. ซึ่งก่อนหน้านี้มีข้อมูลว่า มีกองกำลังซึ่งเป็นอิสระรวมตัวเคลื่อนไหวในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล กองกำลังชุดนี้มีเครือข่ายเชื่อมโยงกันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะใน จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี จ.สมุทรปราการ กลุ่มเขาชะเมา กลุ่มแก่งหางแมว จ.ระยอง โดยสมาชิกก๊วนหลายคนเคยผ่านการฝึกใช้อาวุธมาจากประเทศเพื่อนบ้าน
ข้อมูลด้านการข่าว พบเบาะแสว่า กองกำลังชุดนี้มีแผนที่จะก่อความรุนแรงกับกลุ่ม กปปส. มาตั้งแต่การชุมนุมที่สวนลุมพินี แต่พื้นที่การก่อเหตุไม่อำนวย เนื่องจากสะพานข้ามแยกต่างๆ มีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด หลังจากกลุ่ม กปปส.เคลื่อนจากสวนลุมพินี มาชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยซึ่งเป็นพื้นที่เปิด และกล้องวงจรปิดบริเวณนั้นมีจำนวนไม่มากนัก มีเส้นทางหลบเลี่ยงได้หลายเส้นทาง เมื่อได้โอกาสกองกำลังชุดนี้จึงลงมือก่อเหตุรุนแรงขึ้น






