วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กพร.เร่งระดมช่างซ่อมบ้าน'เหยื่อแผ่นดินไหว'

กพร.เร่งระดมช่างฝีมือซ่อมบ้าน"เหยื่อแผ่นดินไหว"

เหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อเย็นวันที่ 5 พ.ค.2557 ขนาด 6 ริกเตอร์ ศูนย์กลางที่จังหวัดเชียงราย ส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิต และทรัพย์สิน เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน วัด โรงเรียน โดยเฉพาะอ.แม่ลาว และอ.พาน

นายนคร ศิลปะอาชา อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) บอกว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวทำให้ทุกภาคส่วนต่างมุ่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือ ซึ่งในส่วนของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้เร่งเข้าไปร่วมประเมินสถานการณ์ตรวจสอบความเสียหายในพื้นที่ทันที โดยปลัดกระทรวงแรงงาน นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ได้เรียกประชุมทุกหน่วยงานในสังกัดเพื่อหาทางให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน เนื่องจากพบว่าหลายหมู่บ้านได้รับความเสียหาย บ้านหลายหลังไม่สามารถเข้าอยู่ได้ ส่วนที่ยังอยู่ได้ก็อาจเสี่ยงอันตราย

"โดยในส่วนของ กพร.เคยปฏิบัติภารกิจให้ความช่วยเหลือประชาชนหลังเกิดเหตุภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น สึนามิ โดยการซ่อมแซมบ้าน ที่อยู่อาศัย โรงเรียน วัด ให้กับประชาชน โดยในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าพบนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่ลาว สำรวจพื้นที่สิ่งก่อสร้างที่ได้รับความเสียหาย และจำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และคนพิการที่อยู่ตามลำพัง เพื่อวางแผนให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน" อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าว

อย่างไรก็ตาม สรุปผลการสำรวจที่เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเข้าพื้นที่เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2557 พบว่าเบื้องต้นมีบ้านจำนวน 10 หลัง ที่ต้องซ่อมแซมเร่งด่วน โดยอยู่ในพื้นที่ หมู่ 4 ชุมชนแม่ลาวหลังโรงเรียน และหมู่ 5 บ้านป่ารวก ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว ส่วนในพื้นที่บ้านห้วยส้านยาวยังไม่สามารถซ่อมแซมได้ เพราะต้องตรวจสอบสภาพดินที่อาจมีปัญหาดินทรุด นอกจากนี้ ยังได้ให้ความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน เช่น สายไฟฟ้าที่เสียหาย อาจเกิดอันตราย ก็จะเข้าไปซ่อมแซมทันที

ทั้งนี้ กพร.ได้ระดมครูฝึกจากศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดเชียงราย พะเยา และสถาบันฝีมือแรงงานภาค 10 ลำปาง พร้อมอุปกรณ์ เข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ร่วมกับคณะของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ซึ่งการซ่อมแซมนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการสกัดผนังและเสาเพื่อเสริมเหล็ก และยึดผนัง และเสาให้แข็งแรง ตลอดจนการยึดหัวเสาไม่ให้แยกจากกัน ส่วนผนังที่ล้มนั้น จะต้องก่ออิฐเทคอนกรีตเสริมเหล็ก เป็นต้น

นายนครบอกอีกว่า ในส่วนของงบประมาณที่จัดลงไปเพื่อการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งนี้ เป็นงบเกี่ยวกับการฝึกอบรม โดยจะให้ผู้รับการฝึก ที่อบรมมาระดับหนึ่งแล้ว ได้ออกไปทำงานจริงที่หน้างานเลย ตลอดจนวัสดุที่ใช้ในการฝึก เช่นปูน และวัสดุก่อสร้างนั้น ต่างได้รับการสนับสนุนมาจากภาคเอกชนอยู่แล้ว เช่นปูนมหานคร ปูนอินทรี ที่อนุเคราะห์ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานนำไปใช้ในการฝึกอบรม ปีละ 500 ตัน รวมทั้งวัสดุก่อสร้างที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน เช่น บุญถาวร โสสุโก้เป็นต้น ซึ่งในครั้งนี้ก็ได้จัดมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วย

อย่างไรก็ตาม อธิบดี กพร.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รายงานความคืบหน้าทุกสัปดาห์หลังมีข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งผลการสำรวจความเสียหาย มีบ้านเรือนกว่า 1 หมื่นหลังคาเรือน

พร้อมกับบอกด้วยว่า หากประชาชน หรือองค์กรใด ต้องการเข้าไปทำงานจิตอาสาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ก็สามารถติดต่อไปที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 10 ลำปาง และศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดเชียงราย และพะเยาได้ทันที ตลอดจนสามารถเสนอแนะว่าควรจะให้ความช่วยเหลือ และดำเนินการอย่างไรเพิ่มเติมบ้าง นอกจากนี้ผู้ประสบภัยยังสามารถเข้าไปใช้พื้นที่ของสถาบัน และศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานทั้ง 3 แห่ง เป็นที่พักในช่วงประสบภัยนี้ได้ ตลอดจนสามารถนำรถยนต์ไปฝากจอดไว้ได้ด้วย

"ขอให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยแผ่นดินไหวในครั้งนี้ ขอให้ทุกท่านมีกำลังใจสู้กันต่อไป โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานยินดีรับใช้ประชาชนทุกคน โดยเฉพาะผู้ประสบภัยที่ต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน” นายนครกล่าว

ล่าสุดสถานการณ์แผ่นดินไหวที่จังหวัดเชียงรายยังไม่สงบ ยังคงมีแรงสั่นสะเทือนอยู่เป็นระยะ โดยสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหวกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสถานการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดเชียงรายว่า ตั้งแต่เวลา 00.14 น. วันที่ 13 พ.ค. เกิดเหตุแผ่นดินไหว แรงสั่นสะเทือนขนาด 3.8 ริกเตอร์สเกล ที่อำเภอแม่สรวย จากนั้นมีแผ่นดินไหวตามมาอีกรวม 10 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นที่อำเภอพาน เมื่อเวลา 9 นาฬิกา 20 นาที แรงสั่นสะเทือน 2.4 ริกเตอร์สเกล

ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 5 พ.ค.จนถึงวันที่ 13 พ.ค.มีแผ่นดินไหวตามมาหรืออาฟเตอร์ช็อก รวมแล้วมากกว่า 744 ครั้ง สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหวจำแนกตามขนาดแรงสั่นสะเทือน ดังนี้ ขนาด 5.0 - 5.9 จำนวน 8 ครั้ง ขนาด 4.0 - 4.9 จำนวน 29 ครั้ง ขนาด 3.0 - 3.9 จำนวน 124 ครั้ง และขนาดน้อยกว่า 3.0 จำนวนมากกว่า 606 ครั้ง

ดังนั้น ผู้ประสบภัย และประชาชนในพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวัง หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งไปที่พัฒนาฝีมือแรงงานทั้ง 3 จังหวัดดังกล่าวได้โดยตรง หรือแจ้งผ่านทางเทศบาลตำบลในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจและให้ความช่วยเหลือต่อไป