นายกสมาคมเพื่อเด็กพิการแต่กำเนิดเพิ่ม"ธาลัสซีเมีย"ในแผนรณรงค์ป้องกันความพิการแต่กำเนิด พร้อมลงพื้นที่ 22 จังหวัดให้ความรู้
ศ.เกียรติคุณ พญ.พรสวรรค์ วสันต์ นายกสมาคมเพื่อเด็กพิการแต่กำเนิด (ประเทศไทย) กล่าวในการเสวนาเชิงวิชาการเรื่อง "ระบบป้องกันดูแลรักษาความพิการแต่กำเนิด" เหลียวหลัง-แลหน้าระบบป้องกันดูแลรักษาความพิการแต่กำเนิดของไทย จัดโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า จากความร่วมมือระหว่างโรงเรียนแพทย์ 8 แห่ง และภาคีเครือข่ายสำคัญ กว่า 3 ปีที่ผ่านมามีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
โดยปีแรกได้จัดทำคู่มือ 5 กลุ่มโรคพิการแต่กำเนิดที่พบบ่อย คือ กลุ่มอาการดาวน์ หลอดประสาทไม่ปิด ภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ ความพิการของแขนขา และกล้ามเนื้อเสื่อมพันธุกรรม เพื่อสร้างความเข้าใจถึงความสำคัญของการวางแผนและมีบุตรเมื่อพร้อมของหญิงวัยเจริญพันธุ์ เนื่องจากประเทศไทยยังขาดความเข้าใจและการตระหนักในความสำคัญของเรื่องดังกล่าว
ต่อมาในปีที่ 2 จึงได้ร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดทำ Birth Defects Registry Online พร้อมแผ่นพับให้ความรู้ และรณรงค์อย่างต่อเนื่องถึงความพิการ 5 โรคในเด็ก เพื่อเป็นการกระตุ้นย้ำให้รู้ถึงอันตรายและผลกระทบ เนื่องจากที่ผ่านมาการรณรงค์ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร
ศ.เกียรติคุณ พญ.พรสวรรค์ กล่าวต่อว่า ในปีที่ 3 จึงได้ลงพื้นที่นำร่องใน 22 จังหวัด พร้อมทั้งสร้าง "อำเภอต้นแบบ" รวม 11 อำเภอ ในการวางแผนป้องกันและดูแลรักษาความพิการแต่กำเนิด โดยก้าวต่อไปจะทำเรื่องป้องกันโรคธาลัสซีเมียเพราะยังไม่มีการให้ความรู้ในชุมชนรู้ถึงวิธีการป้องกันซึ่งจะเชิญผู้เชี่ยวชาญร่วมลงพื้นที่ให้ความรู้ด้วย
"ปัจจุบันแม่วัยรุ่นของไทยมีสถิติสูงเป็นอันดับ 1 ในเอเชียทำให้เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด และนำไปสู่ความไม่สมบูรณ์ของทารกหรือความพิการแต่กำเนิด และยังพบอีกว่าร้อยละ 50 ของหญิงตั้งครรภ์ไม่มีการวางแผนและไม่มีความพร้อมในการมีบุตร ทำให้ไม่ได้รับโฟเลตเพื่อป้องกันทารกพิการแต่กำเนิด จึงอยากให้แม่ทุกคนเห็นความสำคัญกับเรื่องนี้ให้มากขึ้นเพราะความพิการแต่กำเนิดเป็นปัญหาสำคัญต่อระบบสาธารณสุข" ศ.เกียรติคุณ พญ.พรสวรรค์ กล่าว
รศ.พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า ร้อยละ 60 - 70 ของความพิการแต่กำเนิดสามารถป้องกันหรือรักษาให้หายขาดหรือดีขึ้นได้ โดยนโยบายการป้องกันความพิการแต่กำเนิดในปัจจุบันคือให้สตรีตั้งครรภ์ทุกคนได้รับการตรวจคัดกรองธาลัสซีเมีย เพื่อควบคุมและป้องกันการเกิดธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงของทารกในครรภ์และคัดกรองทารกแรกเกิด เพื่อป้องกันภาวะปัญญาอ่อน ภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมน ฯลฯ รวมถึงให้คนที่จะตั้งครรภ์ได้รับสารโฟเลต ภายใต้โครงการ ลูกครบ 32 สมองดี เริ่มต้นที่ 6 สัปดาห์ก่อนตั้งครรภ์
รศ.นพ.ถวัลยวงศ์ รัตนสิริ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นศูนย์นำร่องในพื้นที่ สปสช. เขต 7 ที่เข้าร่วมโครงการปฏิบัติการระดับชาติดังกล่าวซึ่งจากการลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานระดับชุมชนใน 4 จังหวัด คือ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ โดยเมื่อเดือน พ.ย.2556 เทศบาลเมืองมหาสารคาม และเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ได้รับคัดเลือกเป็นอำเภอต้นแบบ จากนี้จะมีการพัฒนาระบบการติดตาม ระบบส่งต่อในการดูแลรักษาต่อเนื่องในชุมชนระดับท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป






