ตำรวจสน.ทองหล่อ ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน มูลค่าเสียหายกว่าร้อยล้าน
พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.สน.ทองหล่อ พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิชัย ณรงค์ รอง ผกก.สส. , ร.ต.อ.ภาณุภัทร กิตติพันธ์ สว.สส. , ร.ต.อ.ทองเปลว หาญไพบูลย์ รองสว.สส. , ร.ต.ท.มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ รองสว.สส. ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ พร้อมนำหมายค้น ศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่ 64/2557 ลงวันที่ 13 พ.ค.57 เข้าตรวจค้น บ้านเลขที่267/1 ซอยสุขุมวิท 31ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. หลังสืบทราบว่า มีการลักลอบตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์เครื่อข่ายชาวจีน
ภายในบ้านหลังดังกล่าวเป็นลักษณะบ้านเดี่ยวหรูสูง 3 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 50 ตร.วา มีรั้วรอบขอบชิด เปิดเป็นสำนักงานคอลเซ็นเตอร์ และมีห้องสำหรับพักอาศัยเป็นสัดส่วน รวมทั้งมีการเตรียมเสบียงอาหารไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งภายในพบผู้ต้องหาชาวจีนจำนวน 21 คน เป็นชาย 14 คน เป็นหญิง 7คน พร้อมของกลาง โทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือถือ โน๊ตบุ๊ค โมเด็มอินเตอร์เน็ต วิทยุสื่อสาร จำนวนมาก ได้ที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลังฐาน
โดยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากมีสายลับแจ้งว่า บ้านหลังดังกล่าวมีชาวจีนมาเช่าบ้านเปิดเป็นออฟฟิศขนาดย่อม มีชาวจีนสลับหมุนเวียนกันทำหน้าที่หลอกลวงชาวจีน ทางโทรศัพท์ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานการหลอกลวงในครั้งนี้ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงรวบรวมหลักฐาน พร้อมขออนุมัติหมายค้นจากศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อทำการตรวจค้น กระทั่งเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจขอเข้าตรวจค้นพบผู้ต้องหาชาวจีนจำนวนดังกล่าว และมีหลักฐานตรงตามที่สายลับแจ้งไว้ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาสอบสวนที่ สน.ทองหล่อ
จากการสอบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาชาวจีนทั้งหมดนี้ได้เดินทางจากประเทศจีนมาเช่าบ้านหลังนี้ เดือนละ 130,000บาท ตั้งเป็นสำนักงานปฏิบัติการได้เป็นระยะเวลากว่า 2 เดือน โดยกลุ่มคนร้ายจะที่พักอาศัยกันภายในบ้าน และมักจะไม่เดินออกไปบริเวณนอกบ้านหากไม่จำเป็น เนื่องจากจะเป็นที่สงสัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย โดยแต่ละคนจะมีหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์ โทรศัพท์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต หลอกลวงชาวจีน ที่อาศัยอยู่ในประเทศจีน เบื้องต้นคาดว่ามีมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นต่างด้าว ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาติ” หลังจากนี้จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท.เพื่อทำการขยายผลหาเครือข่ายดังกล่าว และจะมีการแถลงผลการจับกุม ที่ บช.น.ในพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น. ต่อไป








