วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เฉลิมชัย'คาดซ่อมวัดร่องขุ่น3ปีกว่า150ลบ.

"เฉลิมชัย" คาดใช้เวลา 3 ปีเพื่อบูรณะวัดร่องขุ่น มูลค่ากว่า 150 ล้านบาท

นายเอนก สีหามาตย์ กล่าวภายหลังตรวจความเสียหายพระบรมธาตุวัดนครชุม จ.กำแพงเพชร ที่เสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีรอยร้าวเพิ่มเติมที่บริเวณเหนือปล้องไฉนส่วนยอดพระบรมธาตุ และ พื้นมีกระเบื้องระเบิดเป็นแนวยาว โดยกรมศิลปากร จะจัดนักวิศวกรมาให้คำปรึกษา ในด้านองค์ความรู้ในการบูรณะกับเจ้าอาวาส ทั้งการเปิดผนังพระบรมธาตุ ฉาบปูน และทาสีใหม่ ขณะที่ที่วัดร่องขุ่น จ.เชียงราย ซึ่งจากการตรวจสอบความเสียหาย พบภาพจิตรกรรม ที่มีรอยแตกร้าวเป็นแถบๆ และจากที่ทราบเบื้องต้นว่า นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ และผู้ก่อสร้างวัดร่องขุ่นจะถอดใจ ไม่บูรณะ จึงเห็นว่า เป็นที่น่าเสียดายมาก เพราะวัดร่องขุ่นถือเป็นวัดที่เป็นเอกลักษณ์อีกแห่งหนึ่งของ จ.เชียงราย ดังนั้น เมื่อเร็วๆนี้ตนจึงไปให้กำลังใจ และมอบหมายให้นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ ผอ.สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร เข้าตรวจสอบและแนะนำการบูรณะในทุกๆด้านแล้ว ซึ่งก็ได้ข้อสรุปว่า นายเฉลิมชัย จะขอบูรณะวัดร่องขุ่นต่อไป

ด้านนายเฉลิมชัย เปิดเผยว่า ตนได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบโครงสร้าง ก็พบว่า ไม่เสียหายมากนัก อีกทั้งได้รับกำลังใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม จึงตัดสินใจที่จะเดินหน้าบูรณะวัดร่องขุ่นต่อไป และเปิดให้ประชาชนเข้าชมโดยรอบตามปกติ ยกเว้นเขตพุทธาวาสเท่านั้นที่จะปิดซ่อมแซม ทั้งนี้ที่เป็นห่วงที่สุดคือภาพจิตรกรรมภายในโบสถ์ที่แตกร้าว และหลุดลอกนั้น ก็ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจาก กรมศิลปากร จึงจำเป็นจะต้องกระเทาะผนังออก และวาดใหม่เกือบทั้งหมด แต่คิดว่าการซ่อมแซมคงไม่เหมือนเดิมแน่นอน ขณะเดียวกันตนก็ถือว่า เป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้เราสามารถบันทึกความทรงจำของการก่อสร้างวัดได้ว่า ครั้งหนึ่งที่สร้างเกือบจะเสร็จแล้วก็เกิดภัยธรรมชาติ แผ่นดินไหว ทำให้มีความเสียหายเกิดขึ้น

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบล่าสุด ก็ทำให้ตนต้องช๊อกและหนักใจกับความเสียหายที่เกิดขึ้นอีกหลายแห่ง โดยให้เด็กขึ้นไปปีนบนหลังคาห้องน้ำทอง พบความเสียหายเพิ่มขึ้นอีกมาก มีคานหักลงมา 4 จุดและมีรอยแตกร้าว จึงต้องรื้อออกและสร้างใหม่เกือบทั้งหลัง ขณะที่ ศาลาธรรม ก็พบว่า คานหลักลงมาอีก3 จุด จึงประมาณการว่า ถ้าจะบูรณะ จะต้องเป็นเรื่องใหญ่มาก จะต้องใช้เวลากว่า 3 ปี ซึ่งประเมินค่าเสียหายปีละไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท หรือประมาณคร่าวๆ 3 ปี ก็น่าจะถึง 150 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ มีผู้หวังดียื่นมือเข้ามาช่วยเหลือหลายราย แต่ตนยังคิดว่า จะขอทำและสู้เอง จนกว่าจะไม่มีแรงทำ จึงยังไม่อยากพึ่งพาใคร