วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

1 ต.ค.จ่ายยาต้าน'ไวรัสเอชไอวี'ฟรี

กรมควบคุมโรคดีเดย์ 1 ต.ค.จ่ายยาต้านไวรัสเอชไอวีฟรีทุกสิทธิรักษา ยกเว้นผู้ใช้สิทธิประกันสังคม ขณะที่ผลวิจัยชี้รับยาเร็วสามารถป้องกันแพร่เชื้อ

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ปีละ 9,000 คน ผู้ติดเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ทั่วประเทศมีประมาณ 460,000 คน หากไม่มีการป้องกันที่ดี คนจำนวนนี้อาจแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ จากการหารือร่วมกับคณะกรรมการเอดส์ชาติพร้อมที่จะสนับสนุนการยุติปัญหาเอดส์ในไทย โดยภายในปี 2559 จะต้องลดผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่ให้เกิน 3,000 คนต่อปี และภายใน 2573 หรืออีก 16 ปีข้างหน้า ผู้ติดเชื้อรายใหม่จะต้องไม่เกิน 1,000 คนต่อปี

แต่การดำเนินงานนี้อาจไม่ประสบความสำเร็จ หากยังเดินหน้ามาตรการการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีแบบเดิม ที่ต้องดำเนินการเพิ่ม คือ ต้องเพิ่มการใช้ถุงยางอนามัยจาก 60% เพิ่มเป็นมากกว่า 90% และต้องควบคู่ไปกับการให้ยาต้านไวรัสทันทีที่ทราบว่าติดเชื้อ โดยไม่ต้องรอให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง ซึ่งปัจจุบันการให้ยาต้านไวรัสจะต้องให้ค่าระดับเม็ดเลือดขาว หรือ CD4 ต่ำกว่า 350

"จากการหารือกับทุกสิทธิการรักษา ทั้งกองทุนประกันสังคม กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และกองทุนสิทธิสวัสดิการข้าราชการ จะเริ่มดำเนินการให้ยาต้านไวรัสทันทีที่ทราบว่าติดเชื้อ โดยจะเริ่มดำเนินการ 1 ต.ค. 2557 ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามความสมัครใจที่จะได้รับยาของผู้ติดเชื้อด้วย แต่อาจมีปัญหาการดำเนินงานในสิทธิประกันสังคม เพราะเกี่ยวข้องกับงบประมาณที่เพิ่มขึ้น ขณะนี้ยังไม่มีรัฐบาล จึงต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์เดิมของปี 2557 ไปก่อน เมื่อมีรัฐบาลใหม่คาดว่าอาจมีการพิจารณาให้ดำเนินการได้ในครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ 2558" นพ.สมศักดิ์กล่าว

ด้าน พญ.นิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์ แพทย์ประจำศูนย์วิจัยโรคเอดส์ กล่าวว่า จากการวิจัยพบว่า แม่ตั้งครรภ์ติดเชื้อเอชไอวี หากไม่ได้กินยาต้านไวรัส ลูกที่คลอดออกมา 1 ใน 3 จะมีโอกาสติดเชื้อได้ ซึ่งจะสัมพันธ์กับปริมาณเชื้อในร่างกายแม่และสุขภาพของแม่ด้วย แต่หากแม่ตั้งครรภ์ยิ่งได้รับยาต้านไวรัสเร็วเท่าไร โอกาสการติดเชื้อไปสู่ลูกก็จะยิ่งต่ำลง โดยเฉลี่ยต่ำกว่า 0-1% แต่บางรายที่ให้ยาต้านไวรัสช้า โอกาสการแพร่เชื้ออาจอยู่ที่ประมาณ 4% ทั้งนี้ กลุ่มแม่ตั้งครรภ์ติดเชื้อเอชไอวีที่ได้รับยาต้านไวรัสจนกระทั่งคลอดลูกแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2557 เป็นต้นไป จะได้รับยาต้านไวรัสต่อเนื่องไปตลอด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่คู่รัก

พญ.นิตยา กล่าวอีกว่า กรณีการแพร่เชื้อไปสู่คู่รัก มีการศึกษาในต่างประเทศหลายโครงการ อาทิ โครงการ HPTN 052 ที่ทำการวิจัยกลุ่มคู่ต่างกว่า 1,700 คู่ ใน 9 ประเทศ รวมถึงไทยด้วย โดยจับสลากแบ่งเป็นกลุ่มที่เริ่มให้ยาต้านไวรัสทันที และกลุ่มที่ให้ยาต้านไวรัสหลังระดับภูมิคุ้มกัน (CD4) ต่ำกว่า 250 ซึ่งถือว่าป่วยแล้ว โดยทำการติดตามนาน 1 ปี พบว่า กลุ่มแรกมีการติดเชื้อเพิ่มเพียง 1 คู่เท่านั้น