วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สาธารณสุข'อุดรฯกำชับเฝ้าระวังไข้หวัดนก

แพทย์สาธารณสุข จ.อุดรธานี กำชับเฝ้าระวังไข้หวัดนกหลังพบมีระบาดก่อนฤดู อาการโรคเปลี่ยน พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเตรียมพร้อมดูแลสุขภาพ

หลังจากมีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ในจังหวัดอุดรธานี โดยผู้ป่วยอาการหนักถูกส่งตัวมารักษาที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี และมีผู้ป่วยเสียชีวิตไปแล้วเป็นหญิง 2 ราย รายแรกเป็นผู้สูงอายุ อ.บ้านผือ รายที่ 2 วัยกลางคน ชาว อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี ทำให้ฝ่ายสอบสวนโรคจาก รพ.สต.และ โรงพยาบาลชุมชน ต้องลงพื้นที่ ติดตามผู้สัมผัสในครอบครัว มารับการเฝ้าระวังโรค

นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ได้รับรายงานจากนายแพทย์สาธารณสุข จ.อุดรธานี ว่ามีผู้ป่วยและเสียชีวิตด้วยไข้หวัด 2 ราย เป็นไข้หวัดเกิดขึ้นตามฤดูกาล เชื้อระบาดจากคนสู่คนไม่ใช่ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ หรือไข้หวัดนก ที่กำลังมีการระบาดอยู่ทั่วประเทศเสียชีวิตเนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยง และมีอาการป่วยต่อเนื่องนาน จึงสั่งการให้เร่งทำความเข้าใจกับประชาชน ไม่ให้ตื่นตระหนกกับข่าวลือ พร้อมกันนี้ให้ประชาสัมพันธ์มาตรการป้องกัน และการดูแลเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนทันที

นายแพทย์สมิต ประสันนาการ นายแพทย์สาธารณสุข จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายจังหวัดมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่เกิดจากเชื้อเอช 1 เอ็น 1 และมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว ในส่วน จ.อุดรธานี ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงปัจจุบัน มีผู้ป่วยรวม 13 ราย กระจายไปตามอำเภอต่างๆ เสียชีวิตแล้ว 2 ราย นอนพักรักษาตัวที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี 1 ราย อาการดีขึ้นจนใกล้หายแล้ว ซึ่งในวันที่ 10 เมษายนนี้ ได้เรียกประชุมคณะแพทย์ พยาบาล บุคคลากรการแพทย์จากทุกอำเภอ เพื่อกำหนดแนวทางป้องกัน และรักษาให้ชัดเจน

"ปกติไข้หวัดใหญ่ 2009 เกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ขึ้นสูงรุนแรง แต่ครั้งนี้เกิดระบาดก่อนฤดู และมีอาการไม่รุนแรง ลักษณะอาการมีไข้ต่ำ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ เหมือนไข้หวัดทั่วไป ผู้เสียชีวิตสองราย เป็นผู้สูงอายุและคนอ้วน คาดว่าเป็นเบาหวาน เมื่อเป็นไข้ไปตรวจรักษาที่คลินิค รับยากลับไปนอนบ้าน จนอาการหนักขึ้นจึงเข้าโรงพยาบาลชุมชน และส่งต่อมา รพ.ศูนย์อุดรธานี มีการตรวจและพบเชื้อจึงให้ยาฆ่าเชื้อกับผู้ป่วย แต่ไม่ค่อยได้ผล ต่อมาผู้ป่วยก็เสียชีวิตด้วยอาการปอดอักเสบ"นายแพทย์สมิต กล่าว

นายแพทย์สมิต กล่าวว่า แพทย์มียาฆ่าเชื้อไวรัส เมื่ออาการผู้ป่วยไม่ค่อยรุนแรง การวินิจฉัยก็เป็นไปได้ยาก ในสถานการณ์เช่นนี้แพทย์ต้องสงสัยไว้ก่อน จะต้องป้ายเชื้อที่คอมาตรวจทันที นอกจากนี้ต้องส่งทีมสอบสวนลงพื้นที่โดยที่ผ่านมาผู้ป่วยทั้ง 13 ราย ที่เข้ารับการรักษา ทีมสอบสวนโรคลงพื้นที่ คัดกรองผู้สัมผัสโรคทันทีจึงไม่พบผู้ติดเชื้อจากผู้ป่วย พร้อมแจ้งไปยังประชาชนเฝ้าระวังสุขภาพอย่างเคร่งครัด และหากป่วยช่วงนี้ควรปรึกษาแพทย์ พร้อมเน้นมาตรการ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ”ในการป้องกันโรคเบื้องต้น